Salming Kobra _ Review

Written By Bob V.A.C. (Instagram: bobvac)

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน ในวันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนะครับกับผม Bob V.A.C. และถ้าผมกลับมาก็หมายความว่าผมมีรองเท้ามารีวิวให้ทุกคนอ่านกันนั่นเอง สำหรับในวันนี้ก็จะค่อนข้างเซอร์ไพรส์หน่อยนะครับเพราะเป็นรองเท้าชนิดที่ผมไม่เคยรีวิวมาก่อนเลย นั่นก็คือรองเท้าสำหรับกีฬาอินดอร์นั่นเอง สำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นว่ารองเท้าอินดอร์คืออะไร ก็ถ้าให้เจาะจงลึกลงไปอีก ก็จะเป็นรองเท้าสำหรับกีฬาแบดมินตันและสควอชนั่นเองครับ สำหรับกีฬาแบดมินตันเนี่ย ผมเชื่อว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างฮิตสำหรับคนไทยเพราะเป็นกีฬาที่เล่นได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กยันโตจริงๆและสนามแบดก็มีให้เล่นกันค่อนข้างเยอะ

ส่วนสควอชผมว่ายังเฉพาะกลุ่มอยู่เพราะสนามจะหาเล่นยากกว่า และช่วงหลังๆผมเองก็ได้ไปตีแบดมากขึ้น ทาง Salming (ซัลมิ่ง) ประเทศไทยก็เลยได้ติดต่อมาอยากให้ผมลองรองเท้าของเค้า ก็ขอขอบคุณทาง Salming ประเทศไทย มาณ ที่นี้ด้วยนะครับ เพราะการจะหาซื้อรองเท้าแบดดีๆในเมืองไทยมันยากจริงๆ ถ้าเพื่อนๆเป็นหนึ่งคนที่เคยหาซื้อก็จะรู้ได้ว่ามันหายากแค่ไหน ส่วนใหญ่ที่มีในห้างก็จะมีพวกยี่ห้อ Asics ซะอย่างเดียวและก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแบดโดยเฉพาะด้วย (มีลูกเพจบอกมาว่าจริงๆแล้ว Yonex หาง่ายกว่านะครับ)  ก็ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่ได้รองเท้าแบดจริงจังมาลองและก็หวังว่า Salming ประเทศไทยจะนำสินค้าเข้าห้างเร็วๆนี้นะครับ โอเค! ก็เกริ่นมาซะนาน เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงตัวแบรนด์และตัวรองเท้ากันเลยดีกว่าครับว่ารองเท้าโนเนมในบ้านเราอย่าง Salming จะดีแค่ไหนกัน

 

กล่องก็จะดูแบบสปอร์ตมากๆ ประกอบไปด้วยสีน้ำเงิน ดำ เขียวที่ผมแอบคิดว่ามันเชยนิดๆ

 

ก่อนอื่นเลยแบรนด์ Salming เนี่ยก็ถือเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างใหม่สำหรับบริษัท Sportswear ด้วยกัน ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2001 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้วเอง เพื่อนๆที่อ่านบล๊อคนี้อยู่ส่วนใหญ่น่าจะแก่กว่าแบรนด์นี้ซะด้วยซ้ำ ผู้ก่อตั้งเป็นนักกีฬาไอซ์ ฮ๊อคกี้ระดับตำนานของประเทศสวีเดนที่มีชื่อว่า Borje Salming แบรนด์ Salming นั้นส่วนใหญ่จะขายสินค้าที่เกี่ยวกับกีฬาอินดอร์อย่างพวก Floorball และ Handball และก็ยังมีสินค้าอย่างพวกแบด สควอช และ ล่าสุดก็มีผลิตรองเท้าวิ่งออกมา ซึ่งสินค้าเหล่านี้ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในประเทศยุโรปที่มีการขายในหลายๆประเทศด้วย หากเพื่อนๆอาจจะยังสงสัยว่าแบรนด์น้องใหม่นี้ดีแค่ไหนนั้น ผมก็ขอยกตัวอย่างนักกีฬาที่ได้เซ็นสัญญากับแบรนด์​ Salming ก่อนละกัน ซึ่งนักกีฬาคนนี้เพื่อนๆอาจจะไม่รู้จักแต่ Ramy Ashour ที่เคยป็นนักสควอชอันดับหนึ่งของโลก (ตอนปี 2016) และตอนนี้อยู่อันดับ 10 ก็ได้ใส่รองเท้าของ Salming ด้วยและเซ็นสัญญากับ Salming อย่างเป็นทางการด้วย

 

ก็จบกันไปแล้วกับประวัติคร่าวๆนะครับ ไว้วันหลังจะมาเขียนประวัติของผู้ก่อตั้งและแบรนด์มากกว่านี้ถ้ามีเพื่อนๆคนไหนสนใจ แต่ตอนนี้ผมขอมาพูดถึงตัวรองเท้าและเทคโนโลยีกันก่อนละกัน ซึ่งก็ต้องบอกตรงๆว่าผมตื่นเต้นมากที่จะได้รีวิวรองเท้ารุ่นนี้ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้รีวิวรองเท้าแบด และยังเป็นแบรนด์ใหม่ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆเยอะแยะมากมายที่ผมและหลายๆคนยังไม่รู้จักด้วย เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่าว่า Salming รุ่น  Kobra นี้จะมีเทคโนโลยีเจ๋งๆอะไรบ้าง ชื่อรุ่น Kobra ก็มาจากคำว่า Cobra ที่แปลว่างูเห่านั่นเองนะครับ ซึ่งก็ดูได้จากโลโก้รูปงูตรงรองเท้า ซึ่งรุ่น Kobra นี้น่าจะเป็นรุ่นที่แพงที่สุดของ Salming สำหรับรองเท้าแบดและรองเท้าสควอชด้วยนะครับ เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูส่วนต่างๆของรองเท้ารุ่น Kobra นี้เลยดีกว่า

 

โผล่มาเหมือนงูที่อยู่ในตะกร้า โลโก้รองเท้ารุ่นนี้เท่ห์มาก ชอบมาก

 

Upper (หน้าผ้า):  อย่างที่เห็นนะครับว่าหน้าผ้าจะทำมาจากหน้าผ้าสองชนิด ชนิดแรกที่อยู่ด้านในก็จะเป็นผ้าตาข่ายและจะถูกคลุมด้วยผ้าตาข่ายแบบที่เล็กและถี่กว่า ตรงลิ้นรองเท้าก็จะทำมาจากผ้าตาข่ายเหมือนกันเพื่อเพิ่มความเบาและการระบายอากาศที่ดี เทคโนโลยีหน้าผ้าของ Salming นี้มีชื่อว่า Exoskeleton เป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องกันไม่ให้เท้าของเราเคลื่อนไหวมากเกินจำเป็นเวลาเราเคลื่อนไหวในด้านข้าง และช่วยซัพพอร์ทและป้องกันไม่ให้เท้าของเราบาดเจ็บ ซึ่งเทคโนโลยีก็จะประกอบไปด้วยหน้าผ้าที่ได้พูดถึงไปและยังมีส่วนที่ร้อยอยู่กับเชือกสีเหลืองที่ลากยาวไปจนถึงจุดต่างๆของพื้นกลางตั้งแต่ปลายนิ้วก้อยจนถึงด้านหลังเท้า (คล้ายๆระบบ Flywire ของ Nike ถ้านึกภาพไม่ออก)   

ตรงบริเวณนิ้วเท้าด้านหน้าก็มีการเสริมความแข็งแรงด้วยหนังถึงสองชั้น ซึ่งหนังชั้นแรกจะคลุมบริเวณนิ้วเท้าทั้งหมด และหนังชั้นที่สองก็มีเฉพาะตรงบริเวณนิ้วโป้งลากลงมาจนถึงครึ่งเท้าด้านใน ซึ่งถ้าคนที่เคยตีแบดก็จะรู้ว่าพื้นที่บริเวณนี้จะถูกเสียดสีเยอะมาก จึงถูกออกแบบมาให้ทนกว่าปรกติในจุดนี้ ด้านหลังส้นเท้าก็จะมีรูสำหรับให้นิ้วเราสอดเข้าไปสำหรับการใส่รองเท้าให้ง่ายขึ้นโดยจะใช้สีเหลืองสลับส้ม พวกแบรนด์ดิ้งก็จะเห็นได้ค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นโลโก้แบรนด์หรือชื่อรุ่นที่เราเห็นตามจุดต่างๆ รวมไปถึงธงชาติสวีเดนผืนเล็กๆน่ารักที่ถูกเย็บติดอยู่บริเวณด้านนอกของรองเท้าด้วย

 

หน้าผ้าตาข่าย ใส่แล้วโปร่งมากๆ ไม่อับเลย และ ระบบ Exoskeleton ช่วยเซฟเท้าได้เยอะจริงๆ

 

ธงสวีเดนจิ๋ว แต่คงใช้ธงชาติไทยมาทำแบบนี้ไม่ได้มั้ง

 

Midsole (พื้นกลาง):  สำหรับพื้นกลางของรองเท้า Kobra นี้ก็เป็นส่วนที่มีเทคโนโลยีมากถึงมากที่สุด เดี๋ยวผมจะมาพูดถึงทีละอย่างละกันว่ามีอะไรบ้าง ก่อนอื่นผมก็ขอพูดถึงจุดที่เด่นที่สุดในรองเท้ารุ่นนี้ก่อนละกัน นั่นก็จะเป็นส่วนที่เป็นสีเหลืองที่เป็นวัตถุดิบที่เรียกว่า Recoil และ Recoil R ซึ่งเทคโนโลยีสองอย่างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกระแทกโดยเฉพาะ (เปรียบเสมือนโฟมของรองเท้ายี่ห้ออื่นอย่าง Boost ของ Adidas หรือ React ของ Nike) ซึ่งโฟม Recoil นั้นจะถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความเบา การรองรับการกระแทก และ ความเด้ง ซึ่งจะใช้ในพื้นกลางทุกส่วนยกเว้นส้นเท้า ที่จะใช้ Recoil R (ย่อมากจาก Recoil Reduction) ที่จะเน้นในเรื่องของการลดแรงกกระแทกที่ส้นเท้าเพื่อเพิ่มความสบายเวลาเรากระโดด ซึ่งพื้นกลางนี้ ถ้าเราสังเกตุดีๆก็จะเห็นได้ว่ามันกินพื้นที่มาจนถึงหน้าผ้าด้านนอกเลย ซึ่งตรงนี้ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการใส่เล่นด้วย 

 

โฟม Recoil R ตรงส้นเท้า จะให้ความรู้สึกที่เฟิร์ม พร้อมกับการเพิ่มดีเทลอย่างการแกะสลักโลโก้และลายเกล็ดงูลงไป

 

ต่อมาก็จะมี Ergo Heel Cup ที่อยู่ตรงบริเวณหลังส้นเท้าด้านใน (เราจะมองจากข้างนอกไม่เห็น) ซึ่งทาง Salming ได้บอกไว้ว่า Heel Cup ของเค้าจะยาวกว่าของยี่ห้ออื่นๆซึ่งจะทำให้เคลื่อนไหวด้านข้างได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และยังมี LMS Unit ที่ถูกฝังไว้ตรงกลางเท้า เอาไว้เพิ่มความมั่นคงให้กับฝ่าเท้า ป้องกันการพลิกของรองเท้าด้วย และ ยังมี LMS+ ตรงบริเวณนิ้วก้อยด้านนอกที่เขียนเลข 8 กำกับ ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการป้องกันข้อเท้าของเราไม่ให้พลิกออกด้านนอกเวลาที่เราเล่น โดยที่เลข 8 ตรงนี้จะหมายถึง 8 องศาซึ่งเป็นองศาที่ทาง Salming ได้ทำการวิจัยมาแล้วว่าเป็นมุมองศาที่จะช่วยป้องกันการพลิกของข้อเท้าได้ดีที่สุด หลักๆแล้วเทคโนโลยีที่อยู่ในพื้นกลางก็จะเน้นในเรื่องการป้องกันการพลิกของข้อเท้าเป็นหลัก เพราะกีฬาประเภทสควอชหรือแบดจะเคลื่อนไหวด้านข้างอยู่ตลอดเวลาด้วย

 

8 องศา จุดนี้เปรียบเสมือน  Outrigger ของรองเท้าที่คอยป้องกันไม่ให้ข้อเท้าเราพลิกไปด้านนอก

 

Outsole (พื้นนอก):  พื้นนอกสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็มีเทคโนโลยีพอสวมควร แพทเทิร์นที่ใช้จะเรียกว่า Hexagrip ที่เป็นรูปหกเหลี่ยม จะออกแบบมาเพื่อให้ยึดเกาะกับพื้นแบบอินดอร์ได้ทุกประเภท วัสดุก็อย่างที่เห็นนะครับว่าเป็นพื้นแบบ Gum ที่ด้วยตัววัสดุก็จะค่อนข้างยึดเกาะพื้นได้ดีอยู่แล้วด้วย นอกจากนี้ยังมี Rollbar ที่ช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวเวลาที่เรายืดก้าวเท้าไปข้างหน้า และยังมี TGS (Torsion Guide System) ที่ช่วยในเรื่องของอิสระในการเคลื่อนไหวที่มั่นคงด้วย ถ้าเรามองพท้นฝ่าเท้าด้านหน้่าจะเห็นได้ว่ามีขีดอยู่สามขีดที่เป็นแนวขวาง ขีดตรงนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มอิสระในการเขย่งหรือกระโดดของรองเท้า เพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

 

พื้นนอกที่ดูอย่างเดียวก็รู้สึกว่านุ่มและยึดเกาะได้ดีเลยทีเดียว อยากลองเอาไปเล่นบาสดูจังว่าจะหนึบขนาดไหน

 

ทั้งหมดก็มีเท่านี้นะครับสำหรับตัวเทคโนโลยีและรายละเอียดของวัสดุตามจุดต่างๆของรองเท้า เดี๋ยวเราจะมาให้คะแนนกันเลยดีกว่าว่าผมชอบและไม่ชอบตรงไหนบ้าง

 

Innovation - 7  สำหรับเรื่องนวัตกรรมก็มีให้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะเลยสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ แต่เท่าที่ศึกษาดูในรองเท้าแบดแบรนด์อื่นๆ ก็จะมีเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน แค่ใช้ชื่อกันคนละชื่อ และก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรที่ใหม่หรือที่ว้าว แต่ก็ยังมีอะไรที่น่าสนใจเยอะพอที่จะได้คะแนนในระดับที่ถือว่าดี และที่สำคัญคือเทคโนโลยีทุกอันที่อยู่ในรองเท้ารุ่นนี้ช่วยทำให้ประสบการณ์ในการเล่นสนุกขึ้นด้วย

Cushion - 8 สำหรับการรองรับการกระแทกในรองเท้ารุ่น Kobra ก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว จะให้ความรู้สึกที่ Firm มากกว่านุ่ม แต่เป็นความ Firm ที่ไม่แข็งแต่มั่นคง ไม่ยวบ และ เบา ซึ่งสำหรับกีฬาแบด คงไม่สามารถทำให้นุ่มมากๆได้เพราะผู้เล่นน่าจะต้องการความรู้สึกที่สปริงตัวได้ดี และ พื้นรองเท้าต้องแบนและบาง เพื่อให้รู้สึกสัมผัสถึงคอร์ทสนาม เพื่อเพิ่มความไวในการตอบสนองให้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย 

Traction - 9 นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ Salming Kobra ทำได้ดี เทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอย่าง TGS, Hexagrip, LMS, LMS+ ช่วยกันทำงานเพื่อซัพพอร์ทและเซฟข้อเท้าสำหรับทุกๆการเคลื่อนไหว พื้นนอก พื้นกลาง และ หน้าผ้า ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่เป็นจุดที่ผมชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวด้านข้างที่เร็วหรือกระทันหันแค่ไหน ผมก็รู้สึกมั่นใจตลอดเวลาจริงๆว่ารองเท้าจะยึดติดได้ดีและไม่ลื่น เหตุผลที่ให้ 9 ก็เป็นเพราะว่าผมยังไม่เคยมีรองเท้าแบดรุ่นอื่นมาเทียบกัน แต่ถ้าเทียบกับรองเท้าบาสที่เน้นการเคลื่อนไหวด้านข้างเหมือนกัน นึ่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในรุ่นท๊อปๆที่เคยใส่มาเลยทีเดียว

Breathability - 9.5 สำหรับเรื่องการระบายอากาศก็ทำได้ดีมากๆ น่าจะเป็นเพราะหน้าผ้าทำด้วยผ้าตาข่ายเกือบทั้งคู่รวมไปถึงบริเวณลิ้นรองเท้าด้วย และไม่ว่าจะตีแบดสนามที่มีแอร์หรือไม่มีแอร์ก็ไม่รู้สึกอับเท้าแต่อย่างไร ใส่สบายมาก เท้าไม่รู้สึกร้อนเลย

Value - 6.5 สำหรับคะแนนเรื่องความคุ้มค่าก็จะอยู่ที่ 6.5 ด้วยราคาขายที่ 6200 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างโหดสำหรับรองเท้ากีฬาคู่หนึ่งเลยทีเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นกับราคาของรองเท้าแบดตัวท้อปๆ ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าราคามันแพงก็ได้ แต่ราคาที่ตั้งในไทยนี้ก็จะเท่าๆกับราคาขายที่ยุโรปกัน เพราะฉะนั้นก็ถือว่าคุ้มค่าในแง่นี้ ซึ่งตรงนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าพวกรองเท้าแบดยี่ห้ออื่นๆเนี่ยจะราคาเท่าไร เพราะมันหาซื้อตัวท้อปๆค่อนข้างยากในเมืองไทย แต่ถ้าสมมุติว่าเราตีแบดสัปดาห์ละสองวันทั้งปี เท่ากับเราจะตีแบด 104 ครั้งต่อปี แล้วเอาตัวเลขนี้ไปหารราคารองเท้า 6200/104 = 59.6 บาท เพราะฉะนั้นหากเราคิดว่ารองเท้ารุ่นนี้แพง แต่จริงๆแล้วถ้าเราใช้หนึ่งปี เราใช้เงิน 60 บาทในการซื้อรองเท้าคู่นี้ นี่จะเป็นวิธีคิดของผมเวลาผมจะซื้อของอะไรที่มันแพงๆนะครับ มันจะทำให้เรามีข้ออ้างในการซื้อมากขึ้น อิอิ (สามารถเอาไปอ้างกับผบ.ได้)

Feel - สำหรับเรื่องความชอบส่วนตัว ผมก็ขอให้คะแนนอยู่ที่ 8.5 ละกัน เพราะสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็มีสิ่งที่ชอบมากกว่าสิ่งที่ไม่ชอบ เดี๋ยวผมขอสรุปสิ่งที่ไม่ชอบก่อนละกันนะครับ อย่างแรกก็จะเป็นราคาที่อาจจะดูโหดร้่ายมากไปหน่อย แต่ถ้าคำนวนแบบที่ผมบอกก็จะไม่แพงมาก จุดที่สองน่าจะเป็นเรื่องดีไซน์นะครับที่มันดูเป็นรองเท้าแบดมากๆ (ก็มันเป็นรองเท้าแบดอ่ะเนาะ) ซึ่งเท่าที่ผมดูยี่ห้ออื่นๆ หน้าตามันก็ประมาณนี้ทั้งนั้น แต่ผมเองก็คงชอบเรื่องงานดีไซน์และผมก็คิดว่ามันอาจจะมีวิธีที่ทำรองเท้าแบดให้ไม่เหมือนรองเท้าแบดก็ได้

และสิ่งสุดท้ายที่ไม่ชอบก็คือเรื่องไซส์ คือปรกติรองเท้าผมจะใส่ไซส์ 9 US และคู่นี้ก็ใส่ 9 แต่งงที่ว่าพอใส่ถุงเท้ายาวแล้วรู้สึกว่าทุกครั้งที่เขย่งมันจะรู้สึกหลวมๆที่ข้อเท้า แต่พอใส่ถุงเท้าสั้น อาการนี้กลับหายไป และรู้สึกว่าไซส์มันไม่พอดีกับเท้าผม ถ้าผมใส่ 8.5 ก็น่าจะแน่นไปแน่นอน (แต่อาการนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนอื่น น่าจะแล้วแต่ไซส์เท้า) ก็เลยทำให้เวลาขยับในบางจังหวะ ยังมีพื้นที่เหลือด้านในบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้า

ส่วนสิ่งที่ชอบนะครับก็น่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกขณะที่ใส่ คือทุกการเคลื่อนไหวจะรู้สึกเซฟข้อเท้ามากๆ และไม่เคยเลยที่ข้อเท้าจะพลิกหรือเกือบพลิก การยึดเกาะก็ทำได้ดี หนึบทุกสภาพสนาม (อยากเอาไปลองเล่นบาสมากๆ) ส่วนเรื่องพื้นกลางก็รองรับการกระแทกได้ดี ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นุ่มหรือเด้งเป็นพิเศษ แต่โฟม Recoil บริเวณด้านหน้าให้ความรู้สึกที่บาง และ สปริงตัวได้ดีครับ และอีกเรื่องที่ชอบก็น่าจะเป็นเรื่องวัสดุที่ใช้ ทุกส่วนจะมีความพรีเมียมมากๆ และสีของรองเท้ารุ่นนี้ก็เป็นอะไรที่ชอบเหมือนกัน คือรู้สึกเลยว่าเด่นที่สุดในสนาม (อิอิ) 

ก็ขอขอบคุณ Salming ประเทศไทย ที่ได้เอารองเท้ามาให้ลองใส่นะครับ รองเท้าผมถือว่าดีเลยจริงๆ ก็ตอนนี้ก็รอว่าจะเอามาวางขายที่ไหนบ้าง สำหรับเพื่อนๆที่สนใจก็ลองติดต่อผ่านทาง Facebook ของ Salming ได้เลยนะครับ และ ถ้าไม่อยากตกข่าวเกี่ยวกับรีวิวรองเท้าแปลกๆใหม่ๆ ก็อย่าลืมไปกดติดตามกันได้ที่ IG: bobvac ได้เลยนะครับ ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ทนอ่านกันมา ยังไงก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามเพื่อให้เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ 

 

ให้ดูแบรนด์ดิ้งที่ใส่ไว้ค่อนข้างเยอะ และ พื้น Recoil (บริเวณสีเหลือง) ที่ค่อนข้างหนา

 

โลโก้ตรง Sockliner ของทุกแบรนด์นี่ใส่ไปยังไงก็ลอก

 

COMMENTS