Air Force 270 _ [Review]

Written By Bob V.A.C. (Instagram: @bobvac)

เนื่องในวันแห่งความรัก 2018 นี้ผมก็หวังว่าลูกเพจทุกท่านจะมีความรักที่สุขสมหวังนะครับ แต่ถ้าใครยังโสดอยู่ก็ไม่เป็นไร ก็มองไว้ว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ซื้อของโดยที่ไม่มีใครมาบ่น ฮาาาา ในวันนี้ผมก็มีรองเท้ารุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นมารีวิวให้อ่านกัน ซึ่งก็คือรุ่น Air Force 270 สีซาฟารีที่ยังไม่มีการวางขายในประเทศไทยมาก่อน และมีกำหนดวางขายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ที่ร้าน V.A.C. สาขาสยามสแควร์ซอย 1 ก็เดี๋ยวนี้ก็งงๆกับวันขายของแต่ละแบรนด์เหลือเกิน คือมาขายวันธรรมดามากขึ้นแทนที่จะเป็นเสาร์อาทิตย์ คนที่อยากได้ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี แต่สำหรับรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่ามันเป็นรุ่นใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเลย ต่อให้ใช้ชื่อ Air Force ที่เป็นชื่อรุ่นเก่า แต่ก็ไม่ได้มีความใกล้เคียงกับ Air Force 1 สักเท่าไร แต่ต่อให้จะเหมือนหรือไม่เหมือน ผมว่ารุ่นนี้ก็สวยอยู่ดีและเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ารุ่นนี้มีความเป็นมายังไงบ้างและมีรายละเอียดที่น่าสนใจตรงไหนบ้างนะครับ

 

สำหรับ Air Force 270 ก็ถือว่าถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2018 นี้นี่เอง ถ้าเทียบกับคนแล้วก็คงเป็นเสมือนเด็กที่เพิ่งคลอดออกมาดูโลก รองเท้ารุ่นนี้เองก็ดูเหมือนจะมีความใหม่อยู่เยอะแต่เวลาดูลึกลงไปอีกก็จะมีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับรองเท้าของไนกี้บางรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้ สำหรับผมแล้วผมว่า Air Force 270 นี้ดูคล้ายๆ Air Presto Mid Acronym อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจจะด้วยทรงที่เรียว แบน และ การร้อยเชือกกลมๆที่ตำแหน่งใกล้เคียงกัน มันเลยทำให้ผมคิดถึงรองเท้ารุ่นนี้ก็เป็นได้ และอีกหนึ่งรุ่นที่ผมว่าคล้ายแต่ไม่มากนั่นก็คือ Air Force 1 25th Anniversary ถ้าเราดูรูปก็จะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยคล้ายเท่าไร เพราะ strap ก็ไม่มีตรงข้อเท้า และทรงก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเท่าไร แต่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าถ้าพูดถึง Air Force 1 แล้วเนี่ย จะนึกถึงความบวม ความเทอะทะ และ ความคลาสสิค แต่ไอ้รุ่น Air Force 270 และ Air Force 1 25th Anniversary เนี่ย มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆในซีรีส์นี้ นั่นก็คือความเพรียวบาง ที่มีให้เห็นนั่นเอง

Air Presto Mid Acronym

 

Air Force 1 25th Anniversary

สำหรับเรื่องราวและความเป็นมาของรองเท้ารุ่นนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวถ้าเค้าทำเรโทรออกมาอีก 5 ปีข้างหน้าผมคงจะมีอะไรมาเล่าเยอะกว่านี้ อิอิ แต่ณ ตอนนี้ผมขอเข้าไปพูดถึงเทคโนโลยีแต่ละส่วนของรองเท้ารุ่นนี้กันเลยดีกว่า

Upper (หน้าผ้า): สำหรับหน้าผ้าของรุ่น Air Force 270 ก็ต้องบอกว่ามันน่าสนใจมากๆ เพราะมันเต็มไปด้วยวัสดุและรายละเอียดแปลกๆ หน้าผ้าของรองเท้ารุ่นนี้จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างหนังแท้ ผ้าตาข่าย หนังสังเคราะห์ และ ผ้ายืด หนังแท้สีดำจะอยู่บริเวณนิ้วเท้าด้านหน้าพร้อมกับมีการเจาะรูแบบแปลกๆเอาไว้เพื่อการระบายอากาศ ตรงบริเวณกลางเท้าจะเป็นผ้ายืดสีส้มสะท้อนแสงที่ทำหน้าที่เป็น Bootie พร้อมกับเย็บติดกับลิ้นรองเท้าที่เป็นผ้าตาข่ายที่บุนิ่มๆไว้ด้วย ตรงด้านข้างทั้งสองข้างของรองเท้ามีการใช้หนังลวดลาย Safari อันสุดจะคลาสสิคมาเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับรองเท้า ตรงด้านหลังของเท้ามี Heel Counter ที่มีการบุมาอย่างดีเพื่อรักษาทรงรองเท้าและเพิ่มความกระชับให้กับการสวมใส่ ที่ด้านหลังรองเท้าจะมีรูสำหรับการสอดนิ้วเพื่อง้างรองเท้าให้ใส่ง่ายขึ้นพร้อมๆกับคำว่า Air Force 270 ส่วที่เจ๋งที่สุดของรองเท้ารุ่นนี้คงอยู่ที่สายคาดแบบแม่เหล็ก (ใช่ครับ อ่านไม่ผิด เป็นแบบแม่เหล็ก) ปรกติในรุ่น Air Force 1 ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น Hi หรือเวอร์ชั่น Special Force ก็จะเป็นแบบพลาสติคง่อยๆธรรมดาๆ แต่ในครั้งนี้สายคาดหรือ Strap มันล้ำมาก มันใช้วัสดุดีมาก ไม่ว่าจะเป็นสายที่ใช้วัสดุค่อนข้างหนา หรือตัวแถบแม่เหล็กที่แกะสลักคำว่า "Pull" เอาไว้และยังสามารถปรับความแน่นได้อีกด้วย 

รูระบายรูปทรงแปลกๆบนหนังแท้ด้านหน้า

 

Strap แบบแม่เหล็กพร้อมที่ดึงสีส้มสดใส

 

สีส้มตัดกับสีดำเข้ากับลวดลายซาฟารีได้เป็นอย่างดี

 

 

 

พอถอด strap ออกก็จะเห็นพื้นที่สีส้มแบบชัดเจนมากขึ้นพื้

 

Midsole (พื้นกลาง): สำหรับพื้นกลางแล้วก็คงต้องพูดถึงชิ้นแอร์ที่ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีชนิดใหม่ล่าสุดของ Nike ในปีนี้ด้วย ชิ้นแอร์แบบ 270 ที่ทางไนกี้เรียกนี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีแอร์รุ่นแรกที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตแบบประจำวันโดยเฉพาะ ซึ่ง Air Max ที่ผ่านๆมานั้นล้วนถูกออกแบบมาเพื่อการวิ่ง แต่ในครั้งนี้ ตัว Air Max 270 นั้น นอกจากจะเป็นชิ้นแอร์ที่ใหญ่ที่สุดแล้วยังเป็นชิ้นแอร์ที่มีความสูงที่สุดด้วย ซึ่ง Air Max 270 ในรุ่นนี้ก็จะถูกผลิตที่โรงงานในประเทศอเมริกาด้วย (น่าจะเป็นเพราะความซับซ้อนในกระบวนการการผลิต) ซึ่งในรุ่นนี้ก็ไม่มีการใช้คำว่า Air Max ให้เห็นแต่อย่างไรถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับ Air Max 270 ก็ตาม หากเราดูชิ้นแอร์ตรงส้นเท้าใกล้ๆก็จะเห็นว่าจะมี TPU สีส้มที่ส้นเท้าด้านล่าง ที่อยู่เหนือชิ้นแอร์ขึ้นมา ตรงนี้จะคลุมพื้นโฟมสีขาวอีกทีหนึ่ง นั่นเลยทำให้คนเห็นว่าชิ้นแอร์นี้สูงยิ่งกว่าเดิมอีก และชิ้นแอร์นี้ลากยาวมาจนถึงกลางเท้า และส่วนที่เหลือก็เป็นโฟมธรรมดาทั่วไป

 

 

 

Outsole (พื้นนอก): สำหรับพื้นนอกในรุ่นนี้ก็ค่อนข้างเบสิคนะครับ จะดูเรียบมากสวยมาก มีแค่สองสีคือสีขาวของโฟมกับสีส้มของชิ้่นแอร์ หากดูเผินๆจะคิดว่าพื้นสีขาวเนี่ยคือชิ้นส่วนของโฟมเลย ซึ่งนั่นจะทำให้รองเท้าเบามาก แต่จริงๆแล้วก็เป็นยางแต่ทำออกมาเป็นสีขาวเพื่อให้เข้ากับส่วนอื่นของรองเท้ามากกว่า และใต้พื้นแอร์ 270 ก็จะเป็นยางสีส้มเหมือนกัน ถ้าไม่มียาง ชิ้นแอร์คงจะแตกง่ายๆแน่นอน แต่ที่ทำออกมาเป็นสีส้มก็เป็นเรื่องของการดีไซน์มากกว่าสิ่งอื่นใดนะครับ และผลลัพธ์ผมว่าก็เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว พื้นนอกด้านหน้ามีการทำลวดลาย Flex Groove อยู่นิดหน่อยเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นเวลาเราเดิน ส่วนลวดลายของพื้นนอกก็เป็นแบบลายก้างปลา หรือ Herringbone ที่เห็นได้บ่อยในรองเท้าบาส เป็นลวดลายที่ช่วยในการยึดเกาะกับพื้นได้เป็นอย่างดี

 

รายละเอียดต่างๆทั้งหมดก็มีเท่านี้นะครับ เดี๋ยวเรามาดูกันว่ารองเท้าสวยๆรุ่นนี้จะได้คะแนนเท่าไรกันบ้างนะครับ

Innovation - 8 สำหรับรองเท้าแฟชั่นแล้ว การจะเห็นคะแนนสูงๆในหัวข้อนี้ผมว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากเพราะรองเท้าแฟชั่นมักจะเน้นเรื่องความสวยงามและดีไซน์มากกว่าเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่รองเท้ารุ่น Air Force 270 ได้ทำลายความคิดนั้นไปอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง Air Max 270 การใช้หน้าผ้าหลายๆแบบ หรือจะเป็นการใช้ Strap แบบแม่เหล็กก็ตาม สิ่งเหล่านี้ถือว่ามันยังเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผมและสำหรับรองเท้าแฟชั่นด้วย 

Matchability - 7 ด้วยสีในโทนดำนั้น ก็ทำให้รองเท้านี้ใส่ได้ง่ายอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีสีส้มสะท้อนแสงเข้ามา แต่ก็เป็นแค่ส่วนน้อยจึงยังไม่ได้ใส่ยากขนาดนั้น และรองเท้าก็เป็นทรงที่ใส่ง่าย คือจะเป็นทรงแบนๆหล่อๆ ไม่ได้เทอะทะ

Comfort - 7.5 สำหรับ Air Force 270 นี้ผมว่ามันค่อนข้างสบายในระดับหนึ่ง คือก็ต้องบอกว่าแอร์เนี่ยมันไม่เหมือนพวกโฟม ความรู้สึกมันจะไม่นุ่ม แต่มันก็จะไม่แข็ง ด้วยความที่สุดท้ายแล้วชิ้นแอร์ก็ต้องถูกคลุมอยู่ในพลาสติคอ่อน มันก็เหมือนว่าเราเดินอยู่บนพลาสติคอ่อนๆที่อัดอากาศ หรือ "Air" ไว้อยู่ ความรู้สึกสำหรับเทคโนโลยีใหม่นี้ ผมรู้สึกว่าส้นเท้าของผมเนี่ยถูกห่อหุ้มด้วยถุงอากาศอยู่ด้วยขนาดของ Air 270 และรู้สึกได้เลยว่าส้นเท้าเนี่ยมันเบา มันเหมือนเดินบนอากาศแข็งๆเบาๆ ในเรื่องของความยืดหยุ่น รุ่นนี้ตอนเดินเนี่ยไม่ได้ยืดหยุ่นมากนัก หน้าผ้าจะค่อนข้างแบนและรัดอยู่พอสมควร ต่อให้ผมเพิ่มมาแล้ว .5 ไซส์ก็ตาม ก็ยังรู้สึกแน่นๆอยู่ ตอนเดินถ้าสังเกตุดีๆจะรู้สึกว่าการถ่ายเทน้ำหนักจากส้นเท้าไปด้านหน้าเนี่ย ยังไม่สมูธเท่าไร คือมันจะมีจุดตัดระหว่างพื้นแอร์และพื้นโฟมและคิดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากตรงนั้น ถามว่ารู้สึกเยอะมั้ย ก็คงบอกว่าแทบไม่รู้สึกซะด้วยซ้ำ เวลาใส่แล้วไม่ได้รู้สึกสูงมากนักแต่ที่ส้นเท้ารู้สึกว่าสูงกว่าปลายเท้าแน่นอน น่าจะเป็น Air ที่ใส่สบายที่สุดสำหรับผมนะ แต่ถ้าเทียบกับรองเท้าที่ใช้พื้นโฟมรุ่นอื่นๆก็คงสู้ไม่ได้จ้า

Value - 8 ด้วยราคาขายที่ 5800 บาท ผมมองว่ารองเท้ารุ่นนี้มีความคุ้มค่าที่สูงพอตัวเลย คือถ้าเรามาดูรายละเอียดของงาน ของวัสดุที่ใช้ และ การดีไซน์แล้ว ผมมองว่ามันคุ้มมากๆเลย ไม่ว่าจะเป็น Strap แบบแม่เหล็กที่มันเจ๋งมากๆ หรือจะเป็น Air 270 ขนาดใหญ่มากๆ แล้วพอเอามารวมกับการดีไซน์ที่ค่อนข้างใหม่แล้ว ผมมองว่า 5800 บาทถือเป็นราคาที่เกินคำว่าเหมาะสมอีกครับ

Originality - 8 ถ้าเป็นคนที่ติดตามผมมานานแล้วเนี่ย จะรู้ว่าตัวผมเองไม่ค่อยชอบรองเท้าแบบ Fusion เท่าไร (แบบที่เอาของเก่ามาผสมกับเทคโนโลยีใหม่) เพราะในหลายๆครั้งผมว่ามันมักง่ายเกินไป มันทำขึ้นมาเพียงเพื่อขายเท่านั้น แต่ในแง่ของดีไซน์มันไม่ค่อยมีความแปลกใหม่ แต่ในรุ่นนี้ผมรู้สึกว่าผมชอบรายละเอียดหลายๆอย่างนะ คือไม่ได้รู้สึกถึงความมักง่ายในรองเท้ารุ่นนี้ การออกแบบรองเท้าให้เข้ากับชิ้นแอร์ที่ใหญ่ขนาด Air 270 ผมว่ามันไม่ได้ง่ายนะ และส่วนตัวผมว่ารุ่นนี้สวยกว่า Air Max 270 ซะด้วยซ้ำ (ต้องรอดู Air Max 270 ของจริงก่อน) ทุกรายละเอียดตั้งแต่ strap ไปจนถึงหน้าผ้าที่ใช้ วัสดุตรงเท้าด้านหลังที่เพิ่มลุคให้เข้ากับคำว่า Force และการผสมผสานความเก่า ความใหม่ ดีไซน์ และ เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ผมว่ามันลงตัวมากถึงมากที่สุด และการเอาลวดลาย Safari มาใช้แบบนิดๆยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าทางไนกี้ไม่ได้ต้องการจะขายด้วยลาย Safari แต่เอามาแค่เพิ่มรสชาติและสเน่ห์ของรองเท้าคู่นี้มากกว่า

Feel - 8 เป็นรองเท้าอีกหนึ่งรุ่นที่ผมรู้สึกค่อนข้างดีกับมันในหลายๆแง่โยเฉพาะในเรื่องของการดีไซน์ ตรงนี้ผมคิดว่าผมชอบมากๆ คือเอาจริงๆผมเห็นรุ่นนี้มาตั้งแต่เมื่อเกือบปีที่แล้ว และรู้สึกถูกชะตามากกว่า Air Max 270 แต่รุ่น Air Force 270 เนี่ย ผมไม่ชัวร์ว่าจะเป็นรุ่นที่คนไทยจะเก็ตกันหรือเปล่า เพราะว่ารุ่นนี้ไม่ได้เป็นรุ่นที่อยู่ในกระแส และ ไม่ได้เป็นรุ่นที่ทาง Nike จะโปรโมทหนักๆเหมือนพวก Epic React หรือ Air Max 270 แต่รองเท้า Air ก็ยังคงเป็นรองเท้า Air คือสำหรับผม (เน้นนะว่าสำหรับผม) ถ้าไม่นับพวก Zoom Air เนี่ย ผมมองว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้สบายเหมือนพวกโฟมที่เราจะสามารถรับรู้ได้ถึงความนุ่ม ความเด้ง แต่อาจจะจับต้องได้ง่ายกว่าเพราะมันเห็นภาพได้ชัดกว่า ไม่ว่าจะเป็น Air Max 90, Air Max 1, Vapormax สำหรับผมแล้วความสบายไม่ใช่จุดที่จำทไให้ผมซื้อรองเท้าพวกนี้ แต่เป็นเรื่องความสวย ดีไซน์ และ ความคลาสสิคมากกว่า

ทั้งหมดก็มีเท่านี้สำหรับรองเท้ารุ่น Air Force 270 ซึ่งถ้าใครสนใจก็ลองแวะมาลองกันได้ที่ V.A.C. สยามสแควร์ซอย 1 นะครับ วันนี้ผมก็ขอลาไปก่อน เดี๋ยวเรามาเจอกันใหม่ครับผม

 

 

COMMENTS