
ก็อย่างที่บอกกันไปนะครับว่าสัปดาห์นี้คือสัปดาห์แห่งการรีวิวจริงๆ มีรองเท้ามากมายหลายรุ่นมากๆที่เข้าคิวรอผมรีวิว สำหรับในวันนี้เราก็จะมารีวิวรองเท้าบาสรุ่นเด็ดรุ่นดังจากแบรนด์ Under Armour (อันเดอร์ อาเมอร์) รุ่น Curry 4 ที่เป็นรองเท้าบาสรุ่น Signature (ซิกเนเจอร์) ของนักบาสที่ยิงได้แม่นที่สุดคนหนึ่งใน NBA อย่าง Stephen Curry นะครับ สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับรองเท้าบาสของ Under Armour หรือ UA เนี่ย สามารถเข้าไปดูรีวิวเก่าๆได้ตามลิงค์นี้เลยนะครับ ก็เคยรีวิวทั้งรุ่น Curry 2.5 Curry 3 และ Curry 3 Low ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามรุ่นที่ผ่านมาก็จะมีความแตกต่างกันพอสมควร และกลับมาในรุ่นที่ 4 นี้ ก็แตกต่างยิ่งกว่ารุ่นเก่าๆที่ผ่านๆมาด้วย แต่จะมีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง เดี๋ยวเราลงไปอ่านต่อกันได้เลยครับ

สำหรับรองเท้า Curry 4 สีนี้นั้นก็จะเป็นสีที่ดูพรีเมียมมากๆด้วยโทนสีดำทองและกล่องที่มีเรื่องราว และมีชื่อเรียกเท่ห์ๆอีกแล้วด้วย ซึ่งสีนี้ก็ต้องบอกว่าขายดีมากมายเลยด้วยจนหมดไปครั้งหนึ่งแล้ว และนี่เป็นการรีสต๊อคอีกรอบในปีนี้ สีนี้มีชื่อว่า More Dimes นะครับ หรือที่แปลว่า Assist ที่มากขึ้น ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของตัว Stephen Curry เองนะครับว่าเค้าเองก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปีนี้จะต้องดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งทาง UA ก้ได้ออกรุ่น Curry 4 มาหลายๆสีหลายๆแบบ และแต่ละสีพิเศษก็จะมีชื่อรุ่นที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น "More Rings" Pack ที่มีสองสีในกล่องพิเศษ และก็มี "More Range" ที่เป็นสีดำล้วนด้วย สีนี้ก็เป็นสีที่สวย ดุดัน และ พรีเมียมอยู่ในคู่เดียวกัน ถึงแม้ว่าส่วนตัวผมจะไม่ชอบรองเท้าที่มีสีดำเลย แต่รุ่นนี้ขอบอกว่าเป็นรองเท้าที่ใส่มาแล้วหล่อจริงๆครับ

Technology and Story
เทคโนโลยีและเรื่องราว
สำหรับรุ่น Curry 4 นี้นั้นก็ต้องบอกว่าค่อนข้างแตกต่างจากรุ่นที่ 3 พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์หรือเทคโนโลยีที่ใช้ ถ้าเราจำกันได้ Curry 3 นี่จัดเต็มมาเลยตั้งแต่หน้าผ้าแบบ Threadborne ที่ออกมาใหม่ในตอนนั้น Anafoam ที่คอยช่วยเรื่องความสบาย Meta-Wing ที่ช่วยเรื่องความมั่นคงในการเคลื่อนไหว และโฟม Charged ที่ช่วยเพิ่มแรงดีดตัวและการรองรับการกระแทก แต่ใน Curry 4 นี้นั้นแทบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยก็ว่าได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดีนะ ลองอ่านกันให้จบก่อน) ตรงนี้เองก็เป็นความต้องการของ Curry ที่อยากได้รองเท้าที่ช่วยให้เค้าเล่นตามสไตล์ของเค้าได้ดีที่สุด นั่นก็คือรองเท้าที่พร้อมเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบ Kyrie ที่มุมในการหักจะค่อนข้างเยอะ แต่จะเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่มีความโค้ง และ นุ่มนวลกว่า บวกกับการที่วิ่งและหยุดสลับกันไปมา ทางหัวหน้าทีมดีไซน์ของ UA อย่าง Kort Neumann เองก็ได้ออกมากล่าวว่าทุกขั้นตอนในการดีไซน์รองเท้ารุ่นนี้มีการพูดคุยกับ Curry ตลอดเวลา
.jpeg)
จุดที่สำคัญที่สุดที่ Curry ต้องการก็คือความสามารถในการเคลื่อนไหวที่มันลื่นไหลมากที่สุด และทางทีมดีไซน์ก็เลยออกแบบออกมาอย่างที่เราได้เห็นกันคือ รองเท้าบาสที่โคตรมินิมอล ที่แทบจะไม่มีอะไรเลยยกเว้นส่วนที่มันจำเป็นจริงๆ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดในส่วนต่างๆของรองเท้าคู่นี้ ผมก็จะขอลิสท์น้ำหนักของรองเท้า Curry 4 และรุ่นก่อนหน้านี้เพื่อเปรียบเทียบให้ทุกคนได้เห็นกันละกัน
Curry 4: 315 กรัม
Curry 3Zero: 383 กรัม
Curry 3: 369 กรัม
ก็จะเห็นได้เลยนะครับว่ารุ่น Curry 4 ก็จะเบากว่ารุ่นอื่นๆค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงแต่ละส่วนของรองเท้ากันเลยดีกว่า
Upper (หน้าผ้า)
สำหรับรุ่นนี้ก็ไม่ได้มีการใช้เทคโนโลยีอะไรพิเศษซึ่งก็ถือว่าเป็นอะไรที่แตกต่างจากรองเท้าบาสตัวท้อปของยี่ห้ออื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวัสดุที่ใช้มันจะง่อยซะทีเดียว หน้าผ้าก็จะเป็นส่วนผสมของสองอย่างนั่นก็คือหน้าผ้าที่เป็นผ้า Knit ที่จะกินพื้นที่ทั้งหมดเลยจนไปถึงข้อเท้า แต่เราจะเห็นแค่เฉพาะบริเวณเหนือตาตุ่มมา ที่เหลือจะถูกคลุมด้วยผ้า Microfiber ที่ช่วยดันทรงและเพิ่มซัพพอร์ทให้กับรองเท้า เพราะฉะนั้นรองเท้ารุ่นนี้ก็จะเหมือนเป็นถุงเท้าแน่นๆที่มีเชือกและมีผ้า Microfiber คลุมทั้งเท้าแทนที่จะเป็นหนังแท้หรือหนังชนิดอื่น การเชื่อมต่อของวัสดุก็จะใช้เทคโนโลยีที่คล้ายๆ Fuse เพื่อลดการใช้ตะเข็บ ประโยชน์ของการไม่ใช้ตะเข็บคือลดน้ำหนักของรองเท้าและเพิ่มความสบายเวลาสวมใส่ จะเห็นการเย็บแบบไร้ตะเข็บนี้ได้ที่หน้าผ้าที่ลากยาวตั้งแต่รอบๆบริเวณเชือกรองเท้าไปจนถึงบริเวณข้อเท้า ตรงตาตุ่มด้านนอกจะมีวงกลมอยู่ ส่วนนี้จะคอยป้องกันการกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับตาตุ่มของเรา ด้านหน้าตรงบริเวณนิ้วเท้าก็จะมีการเจาะรูระบายอากาศเอาไว้เพื่อไม่ให้รองเท้าอับจนเกินไป ตรงข้อเท้าด้านหลังก็จะมีห่วงเอาไว้ให้เราดึงและจับเพื่อให้ใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้นด้วย ตรงข้อเท้ายังมีการขลิบหนังกลับสีทองเอาไว้แถมยังมีการพิมพ์โลโก้ SC (30) เอาไว้พร้อมกับเลขรุ่นที่เป็นเลขโรมันอย่างคำว่า IV ด้วย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้รองเท้าบาสรุ่นนี้ดูใส่ใจกับรายละเอียดเสมือนรองเท้าแฟชั่นรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ขอบอกว่ารุ่นนี้ใส่ตรงไซส์นะครับ ซึ่งช่วงแรกๆจะรู้สึกแน่นแต่ต้องเบรคอินสักระยะเลยครับ



Midsole (พื้นกลาง):
พื้นกลางสำหรับ Curry 4 ก็ต้องบอกว่าไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเลยนะครับ เท่าที่ไปหาข้อมูลมา น่าจะเป็นแค่โฟม EVA ทั่วๆไปด้วย และเป็นแบบบางพิเศษเพื่อให้เท้าของ Curry เนี่ย สัมผัสกับพื้นสนามได้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็จะเป็น Speed Plate แบบเต็มฝ่าเท้าที่จะช่วยในเรื่องการทรงตัวและการซัพพอร์ตฝ่าเท้าและเพิ่มแรงดีดตัวให้พร้อมที่จะเคลื่อนไหวตลอดเวลา ด้านหลังจะมี Heel Counter แบบ minimal ซ่อนอยู่เพื่อเพิ่มแกนในการเคลื่อนไหวให้มั่นคงมากขึ้น ด้านข้างของโฟมจะมีการสลักโลโก้ SC (30) ของ Curry ไว้ด้วยสีทองและยังมีการเพิ่มลวดลายลงไปบนโลโก้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรองเท้า


ส่วนสีเทาตรงกลางเท้าคือ Speed Plate
Outsole (พื้นนอก) :
สำหรับพื้นนอกในรุ่นนี้ก็จะมีสองวัสดุเหมือนกัน แล้วแต่สีที่เราได้มา ในรุ่น More Dimes นี้นั้นก็จะมีการใช้พื้นนอกแบบใส ซึ่งถ้าสังเกตุเห็นจากในรูป ก็จะรู้ว่าเสียซิงไปแล้ว (ไม่ใสละ อิอิ) ข้อดีของพื้นนอกแบบใสเนี่ย ก็จะมีข้อดีตรงความสวยงาม บางรุ่นใส่พื้นยางแบบใสไปแล้วทำให้รองเท้ารุ่นนั้นสวยกว่าเดิมหลายระดับ นอกจากนี้พื้นนอกแบบใสยังสามารถทำให้ดีไซเนอร์ออกแบบพื้นกลางได้หลากหลายกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใส่คำพูดหรือเรื่องราวต่างๆลงไปให้คนแบบเราดูหรืออ่าน แต่ข้อเสียก็คือเรื่องความทนทานและการยึดเกาะที่อาจจะไม่ดีเท่ากับพื้นยางแบบทั่วไป เวลาที่ผมบอกว่าไม่ดี มันไม่ได้หมายความว่าห่วยนะครับ แค่ไม่ดีเท่าเฉยๆ สำหรับในรุ่น Curry 4 นี้ ก็จะมีลวดลายที่ค่อนข้างเบสิค นั่นก็คือลวดลายแบบ Pivot Point ที่เป็นกลมๆ ซึ่งจะช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวทุกทิศทางได้ดีมากขึ้น มีอยู่ที่อุ้งเท้าด้านหน้าและส้นเท้าด้านหลัง พร้อมกับโลโก้ UA ตรงส้นเท้าด้วย และยังมีการเซาะร่องตรงบริเวณปลายนิ้วก้อยเพื่อความยืดหยุ่นที่มากขึ้นด้วย

ก็นี่คือเทคโนโลยีและเรื่องราวทั้งหมดของรองเท้ารุ่นนี้ เดี๋ยวผมจะมาให้คะแนนกันเลยดีกว่าว่าผมชอบและไม่ชอบรองเท้ารุ่นนี้ตรงไหนบ้าง
Innovation - 6 สำหรับเรื่องนวัตกรรมอันนี้ก็ต้องขอบอกว่ามันไม่มีเลยจริงๆ ซึ่งเป็นทีน่าแปลกใจสำหรับรองเท้าตัวท๊อปของนักกีฬาบาสที่ได้ชื่อว่าเก่งแบบไม่เกินอันดับ 5 ของทั้งโลก แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ถ้านักบาสที่เก่งระดับนั้นใส่รองเท้ารุ่นที่แทบไม่มีนวัตกรรมอะไรเลย ก็แสดงว่าประสิทธิภาพของรองเท้ารุ่นนี้ก็คงไม่ได้ขี้เหร่เท่าไร เทคโนโลยีที่มีใช้ก็จะเป็นหน้าผ้าแบบ Knit กับ Speed Plate เท่านั้น
Cushion - 6 สำหรับนักบาสที่อยากได้รองเท้าที่นุ่มและเด้ง ก็อยากจะแนะนำให้ข้ามไปเลยเพราะรุ่นนี้ไม่ใช่สำหรับนักบาสสายความนุ่มหรือคนที่ต้องการการรองรับการกระแทกที่ดี แต่จะเหมาะสำหรับนักบาสที่ต้องการสัมผัสที่ติดพื้น ต้องการตวามคล่อง และการวิ่งที่เป็นธรรมชาติและตอบสนองได้ดีต่อทุกการเคลื่อนไหว
Traction - 9 สำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็ต้องบอกว่ายังคงมาตรฐานของ UA เอาไว้ได้ คือ UA ไม่ค่อยทำอะไรที่มันแฟนซีหรือสวยงามเหมือนกับที่ Nike ออกแบบพื้นนอกในหลายๆรุ่น มันก็เลยทำให้รองเท้าของ Curry อาจจะดูน่าเบื่อ แต่อย่างน้อยพื้นนอกของรองเท้าในซีรีส์ Curry ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง และถึงแม้ว่ารุ่นนี้อาจจะต้องคอยเช็ดคอยปัดฝุ่นหน่อยเวลาเจอสนามห่วยๆ แต่ก็ทำได้ดีกว่ารองเท้าอีกหลายๆรุ่นที่อาจจะเล่นไม่ได้เลยในสภาพสนามเดียวกัน
Breathability - 7 ด้วยความแน่นของผ้า Knit และพื้นที่ที่ผ้า Microfiber ปกคลุมหน้าผ้าค่อนข้างเยอะ ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ก็ไม่ได้เด่นในเรื่องของการระบายอากาศ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอับหรือร้อน
Value - 7 ด้วยราคาที่ 6290 บาท ก็อยู่ในระดับเดียวกับรองเท้าบาสตัวท๊อปของยี่ห้ออื่นแต่กลับมีเทคโนโลยีที่ไม่เทียบเท่า แต่ถ้าเทียบกับราคาเมืองนอกแล้วจริงๆก็ควรที่จะถูกกว่านี้ และคิดว่าถ้าราคาถูกกว่านี้ได้ คนก็น่าจะให้ความสนใจและพร้อมที่จะเสี่ยงลองซื้อมาใส่มากกว่านี้ เพราะด้วยราคาขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่แฟนบอยของ Curry ก็คงคิดหนักก่อนที่จะซื้อมาใส่
Feel - 7.5 ถึงแม้ว่าคะแนนในแต่ละหัวข้อจะค่อนข้างต่ำ แต่พอมาถามถึงความรู้สึกโดยรวมแล้วกลับไม่ได้แย่เท่าที่คิด เดี๋ยวผมจะขอสรุปสิ่งที่ไม่ชอบก่อนละกัน อย่างแรกเลยคือเรื่องของระยะเวลาในการเบรคอินของรองเท้าที่ต้องใส่ไปนานมากๆ (เมื่อเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่น) ก่อนที่หน้าผ้าจะขยายให้เข้ากับเท้าของเรามากขึ้น อย่างที่สองก็น่าจะเป็นเรื่องความนุ่มและความสปริงตัวของพื้นกลางที่ส่วนตัวแล้วอยากให้มีมากกว่านี้ สิ่งที่ไม่ชอบก็จะมีประมาณนี้ ส่วนสิ่งที่ชอบก็อย่างแรกก็คงเป็นรูปทรงของรองเท้าออกแบบมาได้แฟชั่นจ๋ามากๆ ใส่แล้วเท้าดูเพรียวขึ้นมาทันที ตัวเตี้ยๆอย่างผมถ่ายรูปออกมาก็ดูสูง หล่อ สมาร์ทมาก ส่วนที่สองคือความรู้สึกกระชับของหน้าผ้าที่ถึงแม้ว่าตอนแรกจะแน่นจนอึดอัด แต่ตอนหลังมันเหมือนเป็นหนังกำพร้าของเราที่เรายังไม่ได้ขัดมันออกไป ส่วนที่สามก็จะเป็นในเรื่องของความรู้สึกที่ฝ่าเท้าของเราสัมผัสได้ถึงพื้นสนามเพราะรองเท้ามันติดกับพื้นมาก ทำให้คนเล่นบาสสายวิ่ง สายเคลื่อนไหว สายเลี้ยงล๊อคไปมาอย่างผม รู้สึกได้ถึงความอิสระที่มั่นคง
ถ้าให้สรุปง่ายๆสั้นๆว่ารุ่น Curry 4 นี้เหมาะกับใครคงจะบอกว่าเหมาะกับ "นักบาสที่ไม่เน้นความนุ่ม แต่จะเน้นการเคลื่อนไหวที่อิสระและคล่องตัวที่มีการซัพพอร์ทที่มั่นคงทุกก้าว และมาในรูปแบบที่หล่อเฟี้ยวไม่เหมือนใคร"
วันนี้ก็คงสรุปให้สั้นๆ (หรือเปล่า) แค่นี้นะครับ ถ้าใครชอบก็อย่าลืมฝากไลค์ฝากแชร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

