Air Max 98 Gandam _ [Review]

Written By Bob V.A.C. (Instagram: bobvac)

สวัสดีเพื่อนๆทุกคน ก็ไม่ทันไรเดือนมกราคมก็กำลังจะหมดลงไปแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากๆ และนี่เป็นเวลาใกล้สิ้นเดือน นั่นมันหมายความว่าเงินเดือนของเพื่อนๆหลายๆคนกำลังจะออก ผมก็เลยจะมารีวิวรองเท้าให้อ่านกัน ซึ่งขอบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าสติไม่แข็งจริง รีบกดปิดไปก่อนที่อาจจะต้องเสียเงิน เพราะในสัปดาห์นี้จะมีรีวิวรองเท้าหลายรุ่นมาก ตั้งแต่ Air Max 98 ในวันนี้ พร้อมๆกับ Air Max 93, Air Max 180, และ Air Max 95 กับ Air Max 90 ในคอลเลคชั่นพิเศษ ก็สำหรับคนที่เป็นแฟนๆ Air Max ช่วงนี้ก็จะมีทางเลือกที่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว สำหรับ Nike แล้ว Air Max ถือว่าเป็นรองเท้าอีกกลุ่มที่ทาง Nike ให้ความสำคัญโดยเฉพาะในช่วงต้นปีของทุกๆปี เพราะว่าทุกประเทศทั่วโลกจะมีการฉลอง Air Max Day กันในเดือนมีนาคมวันที่ 26 ซึ่งปีนี้ก็จะเป็นปีที่ 5 ที่ได้จัดงานฉลองกัน สำหรับคนที่ไม่เคยไปงาน ก็ขอบอกว่าพลาดมากๆแต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวปีนี้ทางผมจะมาอัปเดทว่าถ้าอยากไปงานต้องทำยังไงบ้าง และเพื่อนๆอาจจะลองเริ่มหาข้อมูล อ่านรีวิวว่าเราจะซื้อ Air Max คู่ไหนมาเผื่อใส่ไปเจอเพื่อนๆในงาน วันนี้ผมขอเริ่มการรีวิวด้วยรูปสวยๆของ Air Max 98 Gandam กันก่อนละกัน

 

 

สำหรับรายละเอียดข้างกล่องก็จะมีเขียนไว้ดังนี้นะครับ

Air Max 98
White / University Red - Obsidian
Made In Vietnam
640744 100

ก็อย่างที่เห็นนะครับว่ามันมีเขียนไว้เลยว่ารองเท้ารุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นที่เวียดนาม  ความคิดที่ว่ารองเท้า Nike ของแท้ต้อง Made in USA นี่มันไม่เป็นจริงมานานมากแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าถ้าผลิตจากจีนหรือเวียดนามคือของปลอมนะครับ ตอนนี้มีไม่กี่แบรนด์ที่ผลิตในอเมริกานั่นก็คือ New Balance นั่นเอง และก็ไม่ใช่ทุกรุ่นด้วย รุ่น Made in USA ของ New Balance ราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 9990 บาท ขึ้นนะครับ รองเท้าคู่ละ 3-4 พันแล้วมาบอกว่า Made in USA นี่ต้องคิดให้ดีก่อนซื้อเลยนะครับ

สำหรับประวัติของรองเท้ารุ่น Air Max 98 ผมเคยเขียนไว้เมื่อปลายปีที่แล้วเพราะรู้ว่าปีนี้ครบรอบ 30 ปีของ Air Max 98 ก็เลยเขียนไว้เผื่อให้ทุกคนได้อ่าน ได้รู้ประวัติความเป็นมากันก่อน ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ลองกดเข้าไปอ่านได้เลย ที่นี่ นะครับ ถ้าอ่านเสร็จแล้วเราก็มาต่อกันได้เลย คือก็ต้องบอกว่ารองเท้ารุ่น Air Max 98 เป็นอะไรที่หาอ่านยากมาก เพราะมันเป็นเหมือนรุ่นที่ถูกลืมจากแฟนๆรองเท้าทั่วโลก ด้วยความที่ตอนนั้น Air Max 97 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยรูปลักษณ์ที่ Minimal และล้ำสมัยในเวลาเดียวกัน ทำให้หลายๆคนอินกับ Air Max 97 เป็นอย่างมาก และด้วยความสำเร็จของ Air Max 97 เหล่า Sneakerheads และ Fashionista ทั่วโลกก็หวังว่าทาง Nike จะออกแบบรุ่น Air Max 98 ออกมาให้ดีกว่าเดิม เจ๋งกว่าเดิม และ ล้ำกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น ผู้คนไม่ได้ให้การตอบรับที่ดีตามที่หวังไว้ อาจจะด้วยความที่ว่ารองเท้ารุ่นนี้ยังคงใช้พื้น Air แบบเดิมแบบที่ใช้ในรองเท้า Air max 97 ก็เลยไม่มีความแปลกใหม่ บวกกับหน้าผ้าที่ออกแบบมาได้ไม่ล้ำเท่า Air Max 97 ที่ออกมาเมื่อปีก่อนหน้า ผู้คนก็เลยไม่ค่อยให้ความสนใจ สีที่ออกมาก็มีไม่เยอะเลย ซึ่งสีที่จะออกในปีนี้ นอกจากสีกันดั้มที่ผมมารีวิวให้ดูในวันนี้แล้ว ก็จะมีสีขาวเทาเหลืองที่ออกวางขายพร้อมๆกัน แต่จะมีสีพิเศษออกมา หรือ การทำ collaboration กับแบรนด์ไหนนั้น คงต้องรอดูกันต่อไปแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีข่าวออกมานะครับ

 

สำหรับเหตุผลที่รองเท้ารุ่นนี้มีชื่อเล่นว่า "Gandam" นั้นก็เป็นเพราะคู่สีที่ละม้ายคล้ายคลึงกับหุ่นยนต์ยอดฮิตอย่างเรื่องกันดั้มด้วย และก็อย่างที่รู้ๆกันนะครับว่าการที่รองเท้ารุ่นหนึ่งจะเป็นรุ่นฮิตๆที่ขายดีๆได้นั้นส่วนใหญ่จะต้องมีชื่อเล่นอย่าง "กันดั้ม" สำหรับรุ่นนี้ หรือรองเท้า Air Max "พี่ตูน" NMD "Elsa" และอีกหลายๆชื่อที่คนเราคิดค้นสร้างสรรค์มันขึ้นมา สำหรับคู่นี้ผมเอารูปกันดั้มมาเทียบกันให้ดูนะครับว่าคู่สีมันเหมือนกันแค่ไหน ซึ่งส่วนตัวแล้วผมว่ามันก็ไม่ได้เหมือนเป๊ะขนาดนั้น ถ้าจะเทียบกันแล้วผมว่าคู่สีนี้น่าจะเหมือน Optimus Prime มากกว่าซะด้วยซ้ำ เพราะสีหลักจะเป็นสีน้ำเงินแดงทั้งตัวเลย

 

 

 

ก็หมดไปแล้วกับเรื่องประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมานะครับ เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงรายละเอียดบนตัวรองเท้ากันดีกว่าว่ามีการใช้วัสดุแบบไหน และมีการใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างนะครับ 

 

Upper (หน้าผ้า) : หน้าผ้าของรองเท้ารุ่น Air Max 98 นี้นั้นถือได้ว่าเป็นตัวอย่างของรองเท้าผ้าใบในยุคทองของการใช้วัสดุดีๆเลยก็ว่าได้ จะเห็นได้เลยว่ามีการใช้หน้าผ้าหลายแบบมาก ตั้งแต่ตรง Mudguard รอบๆรองเท้าสีกรมที่ทำมาจากหนังแท้ผสมหนังกลับ ชั้นต่อมาเป็นหนังแท้สีขาวที่อยู่รอบๆรองเท้า มีการบุตรงบริเวณด้านข้างเพื่อเพิ่มรายละเอียดและยังปักโลโก้ Nike สีแดงขอบสีกรมด้วย ชั้นต่อมาก็จะเป็นแถบ 3M อยู่รอบๆรองเท้า (อย่าลืมว่ารุ่นนี้เมื่อ 30 ปีที่แล้วก็เป็นรองเท้าวิ่ง เพราะฉะนั้นแถบ 3M จะมีเพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งมากกว่าความเป็นแฟชั่นในสมัยนี้) ชั้นต่อมาก็จะเป็นผ้าตาข่ายสีน้ำเงินที่ค่อนข้างสด และช่วยเพิ่มการระบายอากาศที่ดีบริเวณหลังเท้า มีการเย็บลวดลายเป็นสีกรมรอบๆรองเท้า และตรงนิ้วเท้ามีชิ้นหนังแท้สีกรมที่ปักโลโก้สีแดงเพื่อดีไซน์ที่สวยงามและแปลกใหม่

ตรงนี้เป็นอีกจุดเด่นจุดหนึ่งที่ทำให้ Air Max 98 แตกต่างจากรองเท้ารุ่นอื่นๆที่ผ่านมา เพราะรองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ทุกอย่างมีความสมมาตร ตรงบริเวณลิ้นรองเท้าก็มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ (ในตอนนั้น) อย่างรูร้อยเชือกที่ถูกยึดติดกับแถบ 3M เพื่อเพิ่มความกระชับให้กับคนใส่ และยังเป็นรูร้อยที่มีการใช้ 3M ด้วย ลิ้นรองเท้าจะทำมาจากผ้าตาข่ายและบุไว้ค่อนข้างหนาเพื่อเพิ่มความนุ่ม ความกระชับ และ ลดแรงกดจากเชือกรองเท้าเวลารัดแน่นๆด้วย ลิ้นรองเท้าเองก็ถูกออกแบบมาให้มีทรงบิดๆเบี้ยวๆ พร้อมกับโลโก้ Air Max ที่ปักอยู่บนหนังแท้อีกชิ้น ก็ดูสวยงามไปอีกแบบหนึ่งด้วย ด้านหลังก็จะมีห่วง 3M ที่เอาไว้ให้ดึงเพื่อให้ใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น พร้อมกับมีการปักคำว่า "Air" ไว้ที่ส้นเท้าด้วย

 

 

 

 

 

Midsole (พื้นกลาง) : พื้นกลางนั้นก็จะเป็น Air แบบเต็มฝ่าเท้า จะเหลือพื้นที่บริเวณนิ้วเท้าเท่านั้นที่ชิ้น Air ยังมีขนาดเล็กอยู่ ซึ่ง Air ที่ใช้ในรองเท้ารุ่น Air Max 98 ก็จะเป็น Air เหมือนกับ Air Max 97 ที่ได้ใช้ Air แบบนี้เป็นครั้งแรก ด้านในชิ้นแอร์จะเป็นสีแดงสดเพื่อให้เข้ากับชิ้นส่วนอื่นๆบนหน้าผ้า สำหรับคนที่ใส่ Air Max 97 มาก่อนก็จะรู้ดีว่ารองเท้ารุ่นนี้จะใส่ค่อนข้างสบายเพราะว่าจะใช้เทคโนโลยีเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สบายเท่ากับรองเท้ารุ่นใหม่ๆแต่ก็สบายกว่ารองเท้า Air Max อีกหลายๆรุ่นเยอะ พื้น Air ของ Air Max 98 จะถูกประกบด้วยโฟมสีขาวและพื้นนอกสีดำที่เป็นยาง

 

 

 

 

Outsole (พื้นนอก) : สำหรับพื้นนอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่แปลกไปจาก Air Max 97 สักเท่าไรนัก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่แปลกเพราะรูปทรงของรองเท้าสองรุ่นนี้นั้นก็มีรูปร่างใกล้เคียงกัน ทำให้ส่วนใหญ่แบรนด์จะใช้ดีไซน์เดิมๆสำหรับพื้นนอกเพราะมั่นใจว่าของที่ออกแบบไว้ดีอยู่แล้วและยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ พื้นนอกของรุ่นนี้ก็ใช้ยางสีดำทั่วไปเพื่อเพ่มการยึดเกาะที่ดีและเพื่อความทนทาน นอกจากนี้ยังมีการแบ่งโซนที่นูนและแบนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ดีมากขึ้น

 

 

ก็หมดไปแล้วนะครับกับรายละเอียดทั้งหมดของรองเท้ารุ่นนี้ก็เดี๋ยวเราจะมาให้คะแนนสำหรับรองเท้ารุ่นนี้กันว่าผมจะให้คะแนนเท่าไรในหมวดหมู่ต่างกันบ้าง

Innovation 4 - สำหรับเรื่องนวัตกรรมแล้ว รองเท้ารุ่นนี้ก็ถือว่าไม่ขี้เหร่สำหรับรองเท้าที่ออกมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วนะครับ มี Air แบบเต็มฝ่าเท้า มีการใช้ระบบรูร้อยเชือกที่ถือว่าเป็นต้นแบบของเทคโนโลยีแบบ Flywire คือเอาจริงๆถ้าบอกว่า Air Max 98 ถูกผลิตและออกแบบมาในปีปัจจุบันก็ถือว่าไม่เชยและยังเป็นรองเท้าที่ดีรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ามองและเทียบกับนวัตกรรมในยุคนี้แล้วก็คงไม่ได้เจ๋งขนาดนั้น

Matchability 7 - ด้วยคู่สีกันดั้มนี้ที่เป็นสี ขาว กรม น้ำเงิน และ แดงเป็นหลัก เป็นโทนสีที่ไม่สว่างและสดจนเกินไปทำให้เรื่องสีไม่ใช่ปัญหาในการแต่งตัวสักเท่าไร แต่จะเป็นเรื่องดีไซน์ รูปทรงที่ไม่ได้ใส่ง่ายและเพรียวเหมือนกับ Air Max 97 แต่จะออกทรงคล้ายๆ Dad Shoes ที่มีความ Bulky หรือความหนา ความเทอะทะเพิ่มขึ้นมานิดนึง

Comfort 7 - สำหรับเรื่องความสบายก็ต้องบอกว่าคู่นี้ใส่สบายกว่ารองเท้าในซีรีส์ Air Max หลายๆรุ่นเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Air Max 1 หรือ Air Max 90 ที่จะค่อนข้างแข็งและหนัก แต่รุ่นนี้ออกแบบมาได้ล้ำสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักของรองเท้าที่เบา พื้น Air ที่รองรับการกระแทกและเพิ่มความนุ่มในทุกๆก้าว แถบหน้าผ้าก็ออกแบบมาให้กระชับ พอดี และเข้าทรงกับเท้าของเรา ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป ทำให้รุ่นนี้น่าจะเป็นรองเท้าแฟชั่นอีกหนึ่งรุ่นที่ใส่เดินชิวๆสบายๆได้ในยุคนี้

Value 8 - ด้วยราคาขายที่ 160 USD ถ้าแปลเป็นราคาไทยก็ประมาณ 5600 แต่สำหรับ Air Max 97 ก็จะอยู่ที่ราคาป้าย 5700 บาท เพราะฉะนั้นด้วยราคาเท่านี้ ก็ถือว่าเป็นรองเท้าที่ไม่แพงมาก แต่ถ้าต้องซื้อราคาหิ้ว (ประมาณ 10000 บาท) ก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่เอาจริงๆสำหรับ Sneakerheads สายประวัติ สายเรื่องราว หรือ สายที่ไม่อยากซ้ำเนี่ย รองเท้ารุ่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ เพราะว่าตั้งแต่ที่รุ่นนี้ที่ออกมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ก็ไม่เคยทำเรโทรออกมาอีกเลยจนถึงปีนี้ ซึ่งก็นานมากๆแล้วและก็ไม่รู้ว่าจะมีออกมาอีกเมื่อไร เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสแล้วเราชอบสี ก็อาจจะลองซื้อมาใส่ดูก้ได้ครับ 

Originality 10 - คู่นี้ผมคิดว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความเด่นชัดเรื่องรูปทรง เรื่องคู่สี และ ความไม่เหมือนใคร คือถ้าให้พูดจริงๆรองเท้า Air Max เกือบทุกรุ่นเนี่ยจะเป็นอะไรที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนอยู่ละ จะมีจุดเด่น จะมีอะไรที่แตกต่างกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆตลอด และด้วยประวัติ ด้วยสี และ ด้วยดีไซน์ที่แปลกใหม่ ที่ดูบิดๆเบี้ยวๆ และความพรีเมียมและความลงตัวของวัสดุหลายๆอย่างที่เราแทบจะไม่เห็นในยุคนี้มันทำให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีความ "OG" อยู่สูงมากเลย

Feel 9 - สำหรับคนที่ติดตามผมอยู่แล้วก็จะรู้ว่าผมเนี่ยจะชอบรองเท้ารุ่นที่มีเรื่องราว ที่มีประวัติความเป็นมา ที่มีอะไรที่มากกว่าแค่คำว่า "กระแส" เพราะสำหรับผมแล้วกระแสเนี่ยมันอยู่ไม่นานแล้วมันก็ไป แต่รองเท้าที่มีเรื่องราว ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเป็นตำนานของมันก็ยังคงอยู่และจะเพิ่มความขลังไปตามเวลาที่หมุนผ่านไป สำหรับรุ่นนี้ผมก็ให้คะแนนค่อนข้างสูง ด้วยความที่รองเท้ารุ่นนี้ใส่สบาย ดีไซน์ที่ลงตัว เรื่องราวที่เป็นเหมือนลูกที่ถูกลืมเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และอื่นๆที่ผมได้กล่าวมาในบทความนี้ ทำให้รองเท้ารุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ผมชอบมากๆในเกือบทุกๆหัวข้อของรองเท้ารุ่นนี้

ทั้งหมดก็มีเท่านี้สำหรับการรีวิว Air Max 98 Gandam ของผมในวันนี้นะครับ ถ้าใครชอบบทความก็อย่าลืมกดไลค์กดแชร์จะได้มีกำลังใจทำกันต่อไป และอย่าลืมติดตามผมในไอจีได้ ที่นี่ เลยครับผม

 

 

 

 

COMMENTS