ในวันนี้ผมก็จะมีรองเท้าบาสเกตบอลรุ่นดังที่หลายๆคนรออยุ่มารีวิวให้อ่านกันนะครับ จะเป็นรุ่นไหนไม่ได้นอกจากรุ่น Lebron XV ที่มาพร้อมกับราคาเพียง 6600 บาท ที่บอกว่า “เพียง” เพราะมีช่วงหนึ่งที่ราคารองเท้ารุ่น signature ของ Lebron สูงถึง 9500 บาทในเมืองไทย แต่สำหรับรุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆและวัสดุใหม่ๆให้เพื่อนได้มาลองใส่เล่นกัน เดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมชอบตรงไหน ไม่ชอบตรงไหน และรองเท้ารุ่นนี้มีการใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง ก่อนอื่นก็ขอกล่าวขอโทษเพื่อนๆหลายๆคนที่อาจจะรอรีวิวแบบวีดิโออยู่ แต่ช่วงนี้งานของน้องที่ร้านมันเยอะมากจริงๆ เลยทำให้ไม่สามารถทำรีวิวแบบวีดิโอออกมาได้ ก็ช่วยทนๆอ่านไปแทนละกันนะครับ

ก่อนอื่นผมก็จะมาพูดถึงเทคโนโลยีของ Upper (หน้าผ้า) ก่อนละกัน สำหรับในรุ่นล่าสุดของ Lebron นี้ก็จะใช้วัสดุทีทาง Nike เรียกว่า Batteknit ที่เป็น Flyknit แต่หนากว่า แข็งแรงกว่า ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นแรกที่ใช้วัสดุนี้ และก็ต้องบอกว่ามันสวยมากและเจ๋งมากจริงๆ ถ้าเราดูแบบละเอียดจะเห็นได้ว่าหน้าผ้ามีการเล่นเลเยอร์เพื่อเพิ่มความสวยงาม ตรงส่วนต่างๆของหน้าผ้าจะมีความหนา และ เลเยอร์ที่ต่างกัน ตรงด้านหน้าจะมีความบางที่สุด และส่วนลิ้นรองเท้าและบริเวณข้อเท้าก็จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดขนาดเล็กที่มีขนาดเล็ก ส่วนบริเวณข้างเท้าด้านนอกและส้นเท้าจะมีลักษณะเหมือนเกล็ดปลาซ้อนกันเป็นชั้นๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี Flywire มาช่วยความสามารถในการซัพพอร์ทของรองเท้ารุ่นนี้ด้วย ซึ่งตัว Flywire ก็จะไปสิ้นสุดที่ตรงบริเวณข้อเท้า เชือกที่ใช้ก็ไม่ใช่เชือกรองเท้าธรรมดา แต่จะเป็นเชือกสานแบบถักที่จะมีความหนาและความทนทานมากขึ้น ซึ่งก็ดูเข้ากับรองเท้าโดยรวมด้วย ตรงบริเวณลิ้นรองเท้าและส้นเท้าก็จะมีแถบหนังที่ออกแบบมาเป็นรูเพื่อให้คนใส่นิ้วเข้าไปเพื่อง้างให้ใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น ตรงด้านบนของแถบหนังนี้ก็มีการปั๊มตัวอักษร XV ลงไปเพื่อเพิ่มรายละเอียดด้วย นอกจากนี้แถบหนังบริเวณหลังเท้ายังออกแบบมาเพื่อลดแรงกดจากเชือกรองเท้าตอนรัดด้วย ด้านในของรองเท้าจะมีการบุแต่พอประมาณเพื่อล๊อคข้อเท้าให้อยู่กับที่ ซึ่งมาพร้อมกับ Heel Counter ด้านนอกที่ออกแบบมาให้คล้องกับหน้าผ้าด้วย



Midsole (พื้นกลาง) จะทำมาจาก Max Zoom Air ที่ผสมผสานสุดยอดเทคโนโลยีของ Nike เข้าด้วยกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการรองรับการกระแทกที่สุดยอดที่มาพร้อมกับแรงสปริงตัวของ Zoom Air แต่ยังไม่หมดแค่นั้น Max Zoom Air ในรองเท้ารุ่นนี้ยังถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นด้วยการแบ่งโซนของพื้นกลางเพื่อให้เคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่าพื้นกลางจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนตรงพื้นกลางจะเล็กที่สุด ตรงส้นเท้าจะหนาที่สุด และ ตรงฝ่าเท้าด้านหน้าจะบางที่สุดและมีชิ้นส่วนของ Zoom Air มากที่สุดด้วย


Outsole (พื้นนอก) พื้นนอกของรองเท้ารุ่น Lebron XV จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน ที่จะเป็นพื้นนอกแบบใส (Transluscent Outsole) กับแบบที่เป็นพื้นนอกยางธรรมดา (Rubber Outsole) เราจะได้แบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับสีของรองเท้าที่เราเลือก อย่างสีที่ผมเลือกรีวิวในวันนี้ ก็จะเป็นพื้นนอกแบบใส ที่จะมีความทนทานไม่เท่ากับพื้นนอกแบบยางธรรมดา ลวดลายของพื้นนอกในรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบสามเหลี่ยมเล็กๆแบบเต็มฝ่าเท้า และที่ Flex Groove ด้านหน้าก็จะมีการสลักตัวอักษรคำว่า “LRJSFG23” ซึ่งอักษณ 3 ตัวแรก LRJ ก็ย่อมาจากชื่อของเค้า Lebron Raymone James ส่วน SFG ก็จะเป็น motto ของ Lebron ที่ย่อมาจาก Strive for greatness แปลว่าพยายามไปสู่ความยิ่งใหญ่ และ 23 ก็คือตัวเลขที่ Lebron ใช้แข่ง


เทคโนโลยีและรายละเอียดทั้งหมดของ Lebron XV ก็จะมีประมาณนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะมาให้คะแนนกันว่าผมชอบหรือไม่ชอบรองเท้ารุ่นนี้ตามหัวข้อที่เรากำหนดไว้ยังไงบ้าง ถ้าเราพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันต่อได้เลยครับ
Innovation – 8.5 สำหรับเรื่องนวัตกรรมก็ถือว่าพูดได้เกือบเต็มปากกับรุ่นนี้นะครับ คือมีการใช้ Batteknit ที่ถือว่าเป็นวัสดุแบบใหม่ และ Max Zoom Air แบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ดีและใหม่เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้ใหม่ทั้งหมด
Cushion – 9.5 สำหรับการรองรับการกระแทก นี่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่ดีมากๆรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว คือนอกจากจะมีความนุ่ม ความเด้ง แถมยังมีความยืดหยุ่นแบบธรรมชาติด้วย สำหรับคนที่หารองเท้าที่ทั้งรองรับการกระแทกได้ดีและมีการสปริงตัวจากค่าย Nike เทคโนโลยี Max Zoom Air ในรุ่น Lebron XV นร้น่าจะตอบโจทย์หลายๆคนได้
Traction – 7.5 นี่อาจจะเป็นจุดอ่อนเดียวของรองเท้ารุ่นนี้ คือถ้าดูรองเท้าทั้งคู่แล้วเราก็จะเห็นว่ามันไม่มี Outrigger ที่จะช่วยเราในเรื่องการซัพพอร์ทด้านข้าง หรือแม้แต่พวกแผ่น Shank Plate ที่ป้องกันการบิดของเท้าก็ไม่มี ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ไม่เหมาะกับสายการ์ดหรือสำหรับคนที่ชอบในการเคลื่อนไหวแบบด้านข้างสักเท่าไรนัก พื้นนอกก็ไม่ได้ยืดเกาะได้ดีขนาดนั้นสำหรับการเคลื่อนไหวด้านข้าง
Breathability – 7.5 ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหนาของหน้าผ้า Battleknit เลยทำให้รองเท้านี้ไม่ค่อยระบายอากาศได้ดีเท่าทีควร หรือจริงๆแล้วเป็นเพราะความแน่นของรองเท้าที่ใส่ออกมาค่อนข้างกระชับ เลยทำให้อากาศไม่ค่อยไหลเวียนได้ดีเท่าที่ควร แต่ความรู้สึกที่ได้ตอนใส่คือมันจะร้อนๆ อับๆ และรู้สึกว่าอากาศภายในไม่ค่อยถ่ายเทเท่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ
Value – 9.5 ด้วยราคาเพียง 6600 บาท ผมรู้สึกว่านี่คือราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ที่ใหม่ที่สุด และยังมาพร้อมรายละเอียดที่ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นแถบหนังตามส่วนต่างๆแทนที่จะเป็นแถบผ้า หรือ Batteknit ที่ออกแบบมาได้พรีเมียมมากๆ งามมากๆ แพงมากๆด้วย แถมด้วยชิ้น Max Zoom Air แบบที่เห็นได้ชัดมากแม้จะอยู่ไกลไปกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม (ฮา)
Feel – 8.5 ความชอบส่วนตัวของผมก็จะอยู่ที่ประมาณนี้นะครับ คือใช่ ที่รองเท้ารุ่นนี้ใส่วิ่งสนุก ใส่วิ่งมันมาก แต่ก็เป็นเฉพาะทางตรง แต่พอเราจะเริ่มเลี้ยง เริ่ม crossover หรือแม้แต่การป้องกันแบบ sidestep ก็ตาม ตัวผมเองไม่ค่อยชัวร์กับเรื่องของการซัพพอร์ทและการยึดเกาะของรองเท้า ทำให้ผมจะกั๊กๆจังหวะไปหนึ่งจังหวะด้วยความที่เราไม่มันใจในตัวรองเท้า บวกกับความรู้สึกอับของเท้าที่ผมรู้สึกได้ เลยทำให้แอบรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ถ้าถามว่ารองเท้ารุ่นนี้ตอบโจทย์ Lebron มั้ย คำตอบก็คงเป็นคำว่าใช่ เพราะ Lebron เป็นนักบาสที่ส่วนใหญ่จะวิ่งจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งด้วยเส้นทางที่เป็นเส้นตรง นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ Nike ไม่ได้ใส่ซัพพอร์ทรองเท้ารุ่นนี้มาเลย
รองเท้า Lebron XV นี้เหมาะกับนักบาสที่ต้องการการรองรับการกระแทกที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับแรงสปริงตัวและการตอบสนองที่ดี ที่มีสไตล์การเล่นเป็นเส้นตรงเป็นหลัก และยังชื่นชอบในวัสดุและการผลิตที่พรีเมียมและดูแพง โดยไม่ได้ต้องการซัพพอร์ทสำหรับการเคลื่อนไหวด้านข้างสักเท่าไร ถ้าใครอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วก็ไปดูรูปส่วนต่างๆของรองเท้ารุ่นนี้ได้เลยครับ




