Fila Disruptor _ [Review]

Written By Bob V.A.C. (Instagram: @bobvac)

วันนี้มีโอกาสก็จะมารีวิวหนึ่งในรองเท้ารุ่นที่เป็นที่จับตามองสูงสุดในเวลานี้อย่าง Fila Disruptor นะครับ พอดีแฟนได้ซื้อมาฝากจากเกาหลี ซึ่งก็มาในโทนสีขาวล้วนในแบบที่ชอบด้วย วันนี้ก็เลยขอโอกาสมารีวิวให้อ่านกับสินค้าตัวนี้ เผื่อจะมีคนที่ต้องการจะสั่งซื้อรองเท้ารุ่นนี้กันอยู่มาทำความรู้จักกันมากขึ้นนะครับ ก่อนอื่นเลยก็ขอเกริ่นๆเรื่องแบรนด์ Fila ก่อนละกัน หลายๆคนก็อาจจะคิดว่า Fila เป็นแบรนด์ของเกาหลี แต่จริงๆแล้วมันเป็นแบรนด์ของอิตาลีต่างหาก ซึ่งแบรนด์ Fila นี้ก็ถูกก่อตั้งโดยพี่น้อง Fila ในปี 1911 ซึ่งสินค้าที่ออกมาก็จะเป็นพวกเสื้อผ้าที่ใช้สำหรับใส่ในอิตาลีมากกว่า

 

แต่ด้วยกาลเวลาและสถานการณ์ก็ทำให้บริษัทแม่ถูกเทคโอเวอร์โดย Fila Korea ในปี 2007 จนมาถึงตอนนี้ หลายๆคนก็เลยคิดว่า Fila เป็นแบรนด์เกาหลี ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นแบรนด์เกาหลีมาตั้งแต่ปี 2007 แต่ยังคงมีกลิ่นอายของประเทศต้นกำเนิดอย่างอิตาลีอยู่นั่นเอง  สำหรับรองเท้ารุ่นนี้อย่าง Disruptor ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ใส่เดินเล่นที่มีทรงที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์นะครับ คือดูจากภายนอกเนี่ยก็จะรู้ว่าทรงมันจะสั้นๆป้อมๆถ้าเทียบกับรองเท้าแฟชั่นในสมัยนี้ และถึงแม้ว่ามันจะเหมือนพวก Dad's Shoes แต่ก็ยังไม่ได้เป็นทรงแบบนั่นสักทีเดียว เพราะพื้นกลางจะออกแบบมาค่อนข้างสูง ดูรวมๆแล้วเหมือนเป็นการผสมผสานระหว่างพวกรองเท้า Nike, Adidas ในสมัยก่อนมาผสมกับพวก Balenciaga Triple S อะไรประมาณนั้น ประวัติคร่าวๆก็มีประมาณนี้นะครับ เดี๋ยวมารีวิวให้ฟังถึงเรื่องวัสดุและความสบายในการใส่ละกันครับ

 

 

เทคโนโลยีสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากนะครับ ก็จะขอสรุปเป็นย่อหน้าเดียวเลยละกัน หน้าผ้า (Upper) ก็จะทำมาจากหนังแท้ ซึ่งใส่สบายมาก และยังใช้วิธีการเย็บแบบ old school อยู่เหมือนรองเท้าเก่าๆในสมัยก่อน ที่จะเน้นเรื่องความทนทานมากกว่าความเบา เพราะฉะนั้นรุ่นนี้จะมีการเย็บหนังซ้อนกันเป็นชั้นๆเพื่อเป็นการเพิ่มเลเยอร์และความทนทาน ด้านในก็จะมีการบุแบบธรรมดาเลย ที่จะทำให้กระชับกับข้อเท้ามากขึ้น ตรงลิ้นรองเท้ากับส้นเท้าก็จะมีรูร้อยอยู่ เพื่อเอาไว้ให้คนใส่ดึงให้ใส่ง่ายขึ้นนะครับ ที่ลิ้นรองเท้าก็จะมีการปักโลโก้ Fila อยู่ และยังมีตรงด้านข้างและด้านหลังส้นเท้าด้วย

 

ส่วนพื้นกลาง (Midsole) ก็จะออกแบบมาหนากว่าปรกติ เพื่อเพิ่มความสูงให้กับรองเท้า นอกจากนี้ยังมีการสแตมป์โลโก้คำว่า Fila ไว้ที่ด้านข้างของรองเท้าด้วย ส่วนพื้นนอก (Outsole) ก็จะเป้นเหมือนรองเท้าปีนเขาแบบโหดๆที่ลวดลายจะนูนขึ้นมาเป็นชิ้นๆ ประโยชน์ของพื้นนอกแบบนี้คือไม่ว่าเราจะเดินผ่านพื้นที่แบบไหน เท้าเราก็จะไม่เจ็บเพราะพื้นนอกมันสูงและหนา

 

 

 

 

เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่านะครับว่าผมจะให้คะแนนในแต่ละส่วนของรองเท้ารุ่นฮิตอย่าง Fila Disruptor กันเท่าไรบ้าง 

 

Innovation - 2 ก็เป้นรองเท้าอีกรุ่นที่ไม่ค่อยมีอะไรเลยนะครับ คือไม่ใช่ไม่ค่อยสิ คือไม่มีอะไรเลยมากกว่า อาจจะด้วยการที่รองเท้ารุ่นนี้เป็นรุ่นคลาสสิคด้วย ก็เลยไม่ได้ใช้อะไรล้ำมาก ด้วยกับ Fila เองก็ไม่ใช่บริษัทที่เน้นเรื่องนวัตกรรมอะไรขนาดนั้นอยู่แล้วด้วย

 

Matchability - 8 ด้วยความที่รุ่นนี้เป็นสีขาวก็เลยทำให้ใส่กับอะไรก็ได้ แต่ด้วยทรงที่ค่อนข้างใหญ่และสูงและป้อม ก็อาจจะทำให้รองเท้ารุ่นนี้ใส่ยากกว่ารองเท้าสีขาวล้สนทั่วไปธรรมดา แต่ก็ยังถือว่าเป็นรุ่นที่ใส่ง่ายอีกรุ่นหนึ่งอยู่ดี

 

Comfort - 2 ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้ควรจะซื้อมาให้ใหญ่กว่าเดิม .5-1 ไซส์นะครับ เพราะด้านหน้าจะแคบและสั้นมาก ปรกติผมใส่ไซส์ 9 ปรกติ แต่รุ่นนี้ไซส์ 9 ใส่ไป หน้าเท้านี่ยู่เลย นิ้วโดนบีบและงอ และด้วยความที่รองเท้ารุ่นนี้ไม่มีเทคโนโลยี ทำให้พื้นก็แข็งและไม่นุ่มเท่าไร คือถ้าเพื่อนๆอยากได้รองเท้าสบายๆใส่เดินเล่นสวยๆ ก็ต้องบอกว่าไม่แนะนำรุ่นนี้นะครับ

 

Value - 7 จริงๆรองเท้ารุ่นนี้ผมได้มาฟรี อิอิ ก็ควรจะให้ 10 เต็ม 10 แต่ราคารุ่นนี้มันอยู่ที่ประมาณ 2700-3000 แล้วแต่ค่าเงิน ก็ถือว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้ารุ่นนี้ใส่สบายกว่านี้ ก็คงได้คะแนนที่ดีกว่านี้นะครับ

 

Originality - 7 ถึงแม้ว่าเราจะเห็นแบรนด์ Fila เลียนแบบสินค้าของยี่ห้ออื่นมาบ่อยครั้ง แต่ในครั้งนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการออกแบบมาได้โดนใจและมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่สูง แต่ก็ยังมีความคล้ายกับแบรนด์อื่นๆอยู่บ้่าง ก็เลยยังไม่ได้คะแนนที่สูงกว่านี้นะครับ

 

Feel - 7 ในเรื่องของความชอบส่วนตัว ก็ต้องบอกว่าชอบรองเท้ารุ่นนี้มากๆนะครับ ไม่ว่าจะสี วัสดุ หรือ รูปลักษณ์ของตัวเองเวลาใส่ออกมา คือมันเท่ห์มาก น่ารักมาก และสามารถใส่ได้กับชุดอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขาสั้นหรือขายาว แถมยังไม่ค่อยเหมือนใครอีกด้วย แต่ที่หักคะแนนก็น่าจะมาจากความไม่สบายของรองเท้ารุ่นนี้มากกว่า ที่เป็นรุ่นที่ใส่แล้วไม่สบายเลยจริงๆ บวกกับการที่รองเท้ารุ่นนี้มันไซสืค่อนข้างอันเดอร์ด้วย ยิ่งทำให้รองเท้ารุ่นนี้ใส่ไม่สบายขึ้นอีก

 

ทั้งหมดก็มีเท่านี้นะครับสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ เท่าที่ทราบมาก็มีขายบนเวป supersport และก็มีพวกพ่อค้าแม่ค้าหิ้วมาขายในราคาไม่น่าเกิน 3000 นะครับ ยังไงก็ลองหาดู และอย่าลืมสั่งไซส์ให้ใหญ่กว่าเดิม .5 - 1 ไซส์นะครับ ใครที่กำลังคิดๆอยุ่ก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าอ่านจบแล้วก็ไปดูรูปกันต่อได้เลยครับผม

 

 

 

 

 

COMMENTS