Saucony Freedom ISO Review

Written By Bob V.A.C. (Instagram: @bobvac)

 

     หลังจากที่ห่างหายกันไปนานกับคอลัมน์รีวิวรองเท้าดีๆ (ฮาาาาา) ครั้งนี้ผม Bob V.A.C. ก็กลับมาพร้อมกับรองเท้าวิ่งที่สวยมากๆคู่หนึ่งจากแบรนด์ดังอย่าง Saucony ในรุ่น Saucony Freedom ISO ในครั้งนี้ผมคงไม่ได้รีวิวรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ ตามแบบฉบับของนักวิ่งทั่วไปสักเท่าไร เพราะผมเองไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชอบการวิ่งมากขนาดนั้น คือถ้าให้บอกตรงๆก็ถือว่าไม่ชอบเอามากๆ แต่ที่วิ่งเนี่ยเพราะรู้สึกว่าต้องทำ ชอบออกกำลังกาย ไปวิ่งเพื่อเป็นตัวอย่างแก่น้องๆที่ออฟฟิศที่เริ่มจะอ้วนกัน และเพื่อมารีวิวรองเท้าให้ทุกๆคนได้อ่านเพื่อไปประกอบการตัดสินใจมากกว่า  เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆอยากอ่านการรีวิวที่มีบอกพวกข้อมูลสำหรับการวิ่งแบบละเอียดผมคงให้ไม่ได้ แต่ผมจะรีวิวในฐานะคนที่ชอบออกกำลังกาย คนที่ชอบแต่งตัว คนที่ชอบรองเท้าผ้าใบ ว่าผมชอบรุ่นนี้ตรงไหนและไม่ชอบตรงไหนบ้างละกันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาอ่านกันได้เลย

 

 

     ก่อนอื่นก็ขอพูดถึงรองเท้ารุ่นนี้และเทคโนโลยีที่ใช้ก่อนละกันนะครับ ในชื่อรุ่นของรองเท้ารุ่นนี้ Saucony Freedom ISO สามารถบ่งบอกได้ถึงสองอย่าง คำแรกในชื่อรุ่นคือ Freedom ซึ่งเป็นไลน์ใหม่หรือไลน์หนึ่งของรองเท้าวิ่งของ Saucony ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาความสามารถในการรองรับการกระแทกพร้อมๆกับการตอบสนองที่ดี ส่วนคำที่สองในชื่อรุ่นรองเท้าก็คือ ISO ซึ่งรองเท้าทุกรุ่นของ Saucony ที่มีคำนี้ แปลว่า มันอยู่ในไลน์ของรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยี ISOFIT (เหมือนรุ่นอื่นๆเช่น Hurricane, Zealot, Triumph) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนสวมใส่รองเท้าได้สบายมากยิ่งขึ้น ก่อนอื่นผมก็ต้องขอบอกว่าผมไม่เคยมีรองเท้าวิ่งของ Saucony เลย ก็เลยไม่สามารถเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนๆได้ แต่รองเท้าวิ่งที่ผมเคยใส่ก็มีตั้งแต่ Nike, Adidas, Asics, Brandblack เพียงเท่านี้ นอกจากเทคโนโลยี ISOFIT แล้ว อีกหนึ่งอย่างที่พิเศษของรองเท้ารุ่นนี้ก็คือพื้นโฟม EVERUN แบบเต็มฝ่าเท้า ซึ่งตอนที่รองเท้ารุ่นนี้ออกมา ยังไม่มีรองเท้า Saucony รุ่นไหนที่ใช้ EVERUN แบบเต็มฝ่าเท้าเลย และในแง่ของรองเท้าวิ่งของทุกยี่ห้อ ก็ไม่ค่อยมีรองเท้าวิ่งรุ่นไหนที่ใช้ TPU แบบเต็มฝ่าเท้าเหมือนรองเท้ารุ่นนี้เลยอีกด้วย (TPU คือวัสดุที่ใช้ทำ EVERUN)

 

 

 

     บางคนอาจจะสงสัยว่าไอ้ EVERUN แบบเต็มฝ่าเท้าเนี่ย มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? คือถ้าจะบอกว่าดี มันก็ดีนะ แต่จำเป็นหรือเปล่ามันก็อีกเรื่องหนึ่ง เวลาทุกๆคนมาถามผมว่าจะซื้อรองเท้าบาสรุ่นไหนดี ซื้อรองเท้าวิ่งรุ่นไหนดี มันไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับทุกคนหรอก เพราะฉะนั้นผมจะมาบอกว่า EVERUN แบบเต็มฝ่าเท้าเนี่ยมันดียังไง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง แล้วเพื่อนๆก็ไปลองคิดกันว่าเหมาะหรือเป็นสิ่งที่เราต้องการหรือเปล่าละกัน  สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า EVERUN เป็นยังไง ใส่แล้วรู้สึกยังไง ก็ให้ลองนึกถึงพวก Adidas Boost Foam เพราะว่ามันคือเทคโนโลยีเดียวกัน แตกต่างแค่ส่วนผสมของ TPU เล็กน้อย (สำหรับคนที่ชื่นชอบพื้น Boost นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่รุ่นหนึ่ง) ตามที่ Saucony เค้าบอกมาเนี่ย EVERUN สามารถคืนพลังงานกลับคืนมาได้สูงสุด 83% แถมยังทนทานกว่าพวกโฟม EVA ถึงสามเท่า และยังเป็นโฟมที่คงความนุ่มได้ดีแม้ในอุณภูมิที่เย็นกว่ารุ่นอื่นๆ (ซึ่งข้อนี้คงตัดไปสำหรับบ้านเรา แม่งร้อนชิบหาย) และก็ยังมีการใช้พื้นนอกแบบใหม่ที่ Saucony เรียกว่า Crystal Rubber ซึ่งก็เป็นพื้นนอกแบบใสนั่นเอง ซึ่งพื้นนอกชนิดนี้ก็ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามและความทนทานโดยเฉพาะ  หากเราดูพื้นนอกของรองเท้ารุ่นนี้แล้วก็จะเห็นว่าจะมีการโชว์พื้น EVERUN ตรงกลางฝ่าเท้าด้วย ซึ่งเหตุผลที่โชว์แค่นี้ก็เป็นเพราะว่าทาง Saucony ต้องการให้รองเท้ามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้นเวลาวิ่งนั่นเอง

 

 

     ต่อมาเราจะมาดูที่หน้าผ้าบ้างว่ามีอะไรบ้างนะครับ ก็อย่างที่บอกไปว่ามีการใช้เทคโนโลยี ISOFIT  ที่ใส่แล้วสบาย ฟิตไปกับเท้ามากๆ แต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าผมแนะนำให้ใส่ใหญ่กว่าปรกติ ครึ่งไซส์นะครับ ในรุ่นนี้ผมก็ใส่ 9.5 ก็ยังถือว่าคับและฟิตพอดีเลย รองเท้าไม่กัด ไม่แน่นจนเกินไป (นี่ขนาดหน้าเท้าผมไม่กว้างมากด้วยนะ) อย่างที่เห็นจากในรูป Saucony ได้ตัดวัสดุและสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปหมดเลย หน้าผ้าก็จะเป็นผ้าตาข่ายที่ค่อนข้างบาง มีรูระบายอากาศแทบจะทุกส่วนของรองเท้าทำให้แม้แต่เวลาที่เดินแล้วมีลมโกรกมาก็จะรู้สึกได้ในรองเท้าเราเลยทีเดียว ในเรื่องของพวก Overlay ก็จะมีแค่บริเณที่สำคัญๆเท่านั้นเช่น บริเวณนิ้วเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ทและป้องกันนิ้วของเราเวลาวิ่งและยังเพิ่มความทนทานในการใช้งาน บริเวณที่ร้อยเชือกรองเท้า นอกจากนี้ยังมี Heel Counter แบบเบาๆบางๆเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับทุกย่างก้าวของเราเวลาที่เราวิ่งด้วย ที่ลิ้นรองเท้าก็เป็นลิ้นแบบจิ๋วๆที่ไม่ได้มีการบุมาก คือบุแบบพอเพียงที่จะไม่ให้เชือกรองเท้ามากดทับหลังเท้าของเรา และก็ค่อนข้างบางมากๆแต่ก็ทำให้ลิ้นเป็นส่วนหนึ่งของรองเท้าและนอกจากนี้ก็ยังไม่กัดด้วย และสำหรับสีนี้ก็จะมีโลโก้ของ Saucony ที่เป็นสีเงินเมทัลลิคตรงหน้าผ้าเพื่อเพิ่มความโดเด่นให้กับรองเท้ารุ่นนี้

 

 

 

 

      ทั้งหมดนี้ก็คือเทคโนโลยีของ Saucony Freedom ISO นะครับ เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงคะแนนที่ผมให้ดีกว่าว่าในแต่ละส่วนเนี่ยผมชอบหรือไม่ชอบตรงไหนบ้าง ซึ่งคะแนนของรองเท้าวิ่งผมก็คงจะให้คล้ายๆกับรองเท้าบาสนะครับ อาจจะตัดและเพิ่มบางหัวข้อเข้ามา ก่อนที่จะให้ตะแนนผมก็ได้ไปใส่วิ่งเป็นเวลาหลายเดือนและวิ่งไปหลายครั้งเหมือนกันก่อนที่จะมาให้คะแนนกันตรงนี้ด้วย

 

     Innovation -  8.5 สำหรับเรื่องนวัตกรรม ผมคิดว่ารองเท้ารุ่นนี้ก็ทำคะแนนได้ดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ EVERUN แบบเต็มฝ่าเท้า หรือการใช้เทคโนโลยีดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วอย่าง ISOFIT หรือพื้นนอกอย่าง Crystal Rubber ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มให้กับรองเท้ารุ่นนี้โดยเฉพาะ แต่สุดท้ายแล้วเทคโนโลยีที่ว่ามาทั้งหมดก็เป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่เอามาผสมผสานให้ออกมาได้อย่างลงตัว

 

     Cushion – 8 ก็ต้องบอกว่าพื้นโฟมแบบ EVERUN ไม่ใช่รองเท้าที่นุ่ม แต่เป็นรองเท้าที่ให้ความรู้สึกเด้ง เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนที่ชอบรองเท้าวิ่งที่นุ่มมากๆยวบมากๆ รุ่นนี้คงไม่เหมาะ แต่ถ้าชอบวิ่งแบบสนุก ที่มีแรงสะท้อนกลับคืนมาทุกๆก้าวที่วิ่ง รองเท้ารุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ทำได้ดีรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว

 

     Value  - 8 ด้วยราคาขายที่ 6500 บาท ผมมองว่ารองเท้ารุ่นนี้อยู่ในระดับที่ไปทางแพง แต่ด้วยสิ่งที่ผมได้กลับมา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีต่างๆที่ได้กล่าวไว้ และความสบายในขณะที่ใส่วิ่ง ก็จะรู้สึกว่ามันแพง แต่มันคุ้มค่าในตัวของมันครับ รองเท้ารุ่นนี้มันสามารถเป็นรองเท้าแบบที่ทำได้ทุกอย่างหรือรองเท้าเอนกประสงค์เลยทีเดียว นอกจากใส่หล่อๆในชีวิตประจำวันแล้ว ผมสามารถใส่คู่นี้ไปเล่นเวทได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากนี้ก็ยังเอาไปตีแบดได้ด้วย เพราะพื้นรองเท้ามันเป็นแบบ non marking sole และก็สามารถใส่วิ่งได้ เพราะฉะนั้น 6500 บาทสำหรับผมก็ถือว่าแพงแต่คุ้มค่าครับ

 

     Breathability – 9 อย่างที่พูดไปด้านบน เวลามีลมโกรกมา เท้าของผมนี่รู้สึกได้เลยว่ามีลมมาก คือมันสบายและระบายอากาศได้ดีไม่ว่าจะใส่วิ่งนานแค่ไหนก็ตาม

 

     Feel – 8.5 สำหรับผมแล้วส่วนที่ผมชอบที่สุดสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็คือรูปลักษณ์ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในเวอร์ชั่นสีขาวที่ผมมี พร้อมกับรายละเอียดเช่นพวกปีกนกใต้พื้น และรองเท้าวิ่งสีขาวแบบจริงจังเนี่ย ขอบอกตรงๆว่ามันหายากมากๆ ตรงนี้คือความประทับใจแรกคือเรื่องของดีไวน์ที่ออกแบบมาได้สวย ไม่เหมือนกับรองเท้าวิ่งเลย แต่จะเป็นไปทางรองเท้าแฟชั่นมากกว่า ในจุดที่สองที่ประทับใจก็คือหน้าผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกว่ามันสบายมากๆ มันเข้ากับเท้ามากๆสมชื่อของ ISOFIT เลย รองเท้าตั้งแต่ใส่มาไม่เคยโดนกันตรงไหนเลยแม้แต่นิดเดียวทั้งๆที่มันใส่แล้วไม่ฟิตและไม่หลวมจนเกินไป และในส่วนที่ไม่ชอบก็คือพื้น EVERUN ที่สำหรับผม ย้ำนะว่าสำหรับผม มันเด้งเกินไปนิดนึง ซึ่งผมอาจจะยังไม่ชินก็เป็นได้ คือ EVERUN มันก็ทำงานได้ตามที่มันควรจะเป็นนั่นแหละ เพียงแต่ผมชอบรองเท้าวิ่งที่ให้ความรู้สึกนุ่มมากกว่านี้ แค่นั้นเองครับ

 

     สุดท้ายแล้วถ้าอ่านกันมาถึงตอนนี้ บางคนอาจจะสงสัยว่าใครที่เหมาะกับรองเท้าแบบนี้ ผมก็คงบอกว่ารองเท้ารุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้าวิ่งที่สามารถใส่วิ่งทุกวันได้เลย 5-10 กิโล ทุกวันได้สบายๆ เพราะเป็นรองเท้าที่ทน เบา (ไม่มาก) และใส่สบายมากๆ นอกจากจะใส่ซ้อมในทุกๆวันก็ยังใส่ไปลงงานวิ่งได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น 5K หรือ 10K เพราะฉะนั้นถ้ามีงบพอที่จะซื้อรองเท้าประมาณนี้ และอยากได้รองเท้าที่เด้ง ทน ใส่ได้นานๆ ไม่เมื่อย ก็ลองแวะไปดูที่ร้าน Saucony และร้าน Laps BKK ที่เดอะมอลล์บางกะปิชั้น 2 ได้เลยครับ หรือ สามารถสอบถามผ่านทาง www.facebook.com/lapsbkk ได้เลย เดี๋ยวจะกลับมาพร้อมกับรองเท้ารุ่นใหม่ๆมารีวิวให้ดูกันแน่นอนครับ

 

 

- Written By Bob V.A.C. (Instagram : @bobvac)

COMMENTS