เราเชื่อว่าเด็กทุกคนย่อมมีความฝันเป็นของตัวเอง มีคนสมหวังเพราะได้ไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองวาดไว้ บางคนหกล้มจนท้อแท้ไม่กล้าสู้ต่อเพราะกลัวเจ็บ แต่กับบางคนก็อดทนต่อความเจ็บปวดเหล่านั้นจนฝ่าฟันมาถึงจุดที่ตัวเองฝันได้
วันนี้ V.A.C. จะขอพาเพื่อนๆไปรู้จักกับศิลปินสตรีทอาร์ท ที่ได้ฝากผลงานไว้อย่างมากมายไม่ว่าจะทางด้านสตรีท นิตยสาร หรือ แม้กระทั่งการร่วมงานกับแบรนด์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลต่างๆ จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และวงการสตรีทอาร์ทของประเทศไทยได้ หลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่อเขาคนนี้มาบ้าง "Benzilla"
.jpg)
สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลยพี่เบนซ์ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ
- สวัสดีครับ เราชื่อ เบนซ์ ปริญญา พิเชษฐศิริพร ใช้ชื่อในการทำงานว่า Benzilla นะครับ ปัจจุบันเราทำงานเกี่ยวกับในเรื่องของศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวาดภาพ แล้วก็งานสตรีทต่างๆด้วย แต่ในส่วนของงานประจำนั้นเราเป็น Graphic Designer อยู่ที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณาแห่งหนึ่งครับ โดยเราเนี่ยจบการศึกษามาจาก สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยที่นี่จะสอนเกี่ยวกับวิธีการคิดคอนเซ็ปต์ต่างๆ ในการสร้างงาน ประกอบกับส่วนตัวที่เราชอบวาดรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราเลยได้นำส่วนนี้มาใช้อย่างเต็มที่เลย
ถามต่อว่าทำไมถึงใช้นามปากกาว่า Benzilla และอะไรคือตัวบ่งบอกว่านี่คือผลงาน Signature ของเรา
- (หัวเราะ) ถ้าพูดถึงเรื่องชื่อเอาจริงๆเรามีหลายชื่อมากนะตอนแรก ใช้ชื่อจริงของเราบ้าง ชื่ออะไรบ้างไปเรื่อย แต่พอเรามาคิดดูดีๆอีกทีมันก็แค่ชื่ออ่ะ เราแค่คิดว่าอยากให้ชื่อเรามันตั้งง่ายๆแค่นั้นเอง พอมองย้อนกลับมาดูตัวเองก็เลยคิดอะไรได้ว่า เราชื่อ เบนซ์ (Benz) แล้วมันลงท้ายด้วยตัว Z บวกกับเราเป็นคนที่ชื่นชอบตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แล้ว เลยคิดถึงตัวการ์ตูน Godzilla ขึ้นมา เลยเอาชื่อนี้ละกันวะ ส่วนเรื่อง Characters หรือ Concepts งานของเรา ส่วนใหญ่เราจะได้แรงบันดาลใจมาจากพวกตัวการ์ตูน และก็บวกกับสิ่งต่างๆที่เราสนใจ ณ เวลานั้น ซึ่งเราจะนำเสนอออกมาแบบให้มันดูน่ารักและดูสนุกในสายตาคนอื่นนอกจากเราที่เป็นผู้สรรค์สร้างผลงานเองด้วย


พี่เบนซ์ช่วยพูดถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานในด้านนี้หน่อยครับ ว่าทำไมถึงเลือกมาทำงานสายนี้
- เอาจริงๆคือเราไม่ได้เลือกหรอก (หัวเราะ) ตั้งแต่ตอนเราเริ่มหัดวาดภาพ และเข้าเรียนแล้วล่ะ คือเราเป็นคนที่เวลาทำอะไรเราจะบ้ากับมันในระดับหนึ่งเลย แล้วเมื่อก่อนน่ะ สมัยที่ยังไม่มี facebook หรืออะไรแบบทุกวันนี้ มันจะมีเว็บไซต์นึงที่ชื่อว่า exteen.com คือมันจะเป็นเหมือนการเขียนบล็อค หรือเขียนจดหมายอะไรประมานนั้น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีคอนเทนท์ที่แตกต่างกันในการเขียน แล้วมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เจอได้รู้จักพี่ๆที่เรานับถือ และก็มีพวกเขาเป็นต้นแบบในการทำงานสายนี้นะ เช่น พี่โลเล , พี่สุทธิชาติ ศราภัยวานิช และก็คนอื่นๆที่เป็นนักเขียนการ์ตูน พอเราเสพอะไรพวกนี้บ่อยๆ มันก็ทำให้เรารู้สึกและว่า เออนี่แหละคือสิ่งที่เราอยากทำ แต่พอเอาเข้าจริงๆการจะทำอะไรแบบนี้มันต้องใช้เงินไง เราก็ยังคงต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวเราก่อน แล้วอีกอย่างช่วยนั้นมันเป็นช่วงที่วิกฤตทางเศรษฐกิจด้วย เราก็เลยต้องดิ้นรนทำงานประจำไปก่อน แล้วพอมีเวลาว่างเราถึงเอาเวลาตรงนั้นไปทำงานศิลปะที่เราชอบ ยอมรับว่ามันเหนื่อยนะ แต่เราก็ต้องทำในสิ่งที่เราใฝ่ฝันซึ่งแน่นอนตรงนั้นอะมันไม่ได้เงินหรอก แต่เราทำด้วยความตั้งใจจริง พอผลงานเรามันออกไปสู่คนสายตาคนภายนอก เขาก็เริ่มเห็นมากขึ้น และสิ่งที่เขาเห็นต่อมาคือความตั้งใจของเราว่าเราชอบมันจริงๆ จากนั้นเราก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่หลายๆท่าน จากพี่ๆเขาก็ทยอยส่งงานมาให้เรา บอกตรงๆว่ามันใช้เวลานานมากในแต่ละชิ้นงาน และต้องใช้ความอดทนสูงจริงๆ นับตั้งแต่นั้นมา ตอนนี้ก็ผ่านมา 10 ปี แล้ว เราหยุดวาดรูปไม่ถึง 10 วันเลยนะ เชื่อป่ะ ? คือเรารักตรงนี้ และเราก็คงจะทำมันไปตลอดไม่ทิ้งไปไหนแน่นอน



ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจออุปสรรคในตอนทำงาน พี่เบนซ์มีวิธีก้าวข้ามผ่านในจุดๆนั้นยังไงบ้างครับ
- อุปสรรคที่เราเจอประจำเลยคือ เวลาเราได้รับมอบหมายงานมาซึ่งบางทีมันเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่เราจะคิดตลอดว่ามันสำคัญกับเรามาก เราก็เลยจะตั้งใจเป็นพิเศษจนเราเผลอตัวเกร็งไปกับมัน ไม่อิสระเหมือนกับงานที่ผ่านๆมาที่เราเคยทำ จริงๆมันเปรียบเสมือนเวลานักฟุตบอลเตะจุดโทษในนัดสำคัญๆนั่นแหละ เราเคยซ้อมยิงมาเป็นพันๆลูกหมื่นๆลูกก็ยิงเข้า แต่พอเวลาที่เกิดภาวะกดดันขึ้นกับตัวเรา เราจะรู้สึกประหม่า เครียด มันก็จะกลายเป็นงานที่ไม่สนุกเราจะทำตรงนั้นออกมาได้ไม่ดี วิธีที่เราใช้เพื่อก้าวผ่านจุดตรงนั้นก็คือ เราจะเฉลี่ยความสำคัญของงานทุกๆงานให้มันเท่ากัน ไม่ได้มีงานไหนพิเศษกว่างานไหน ซึ่งแปลว่าทุกๆงานที่เราได้รับมอบหมายมามันพิเศษเหมือนกันหมดจนเราชินไปเอง เราว่าเนี่ยมันคือส่วนหนึ่งในการจัดการระบบความคิดของตัวเราด้วย เมื่อเราไม่กดดันเราจะผ่อนคลายและจะสามารถทำงานเหล่านั้นออกมาได้ดีนั่นละ


พูดถึงผลงานของตัวเองหน่อยครับ ว่าตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพในการทำงานมาเคยผ่านงานอะไรมาบ้าง
- ถ้าพูดถึงในเรื่องของด้านงานศิลปะ เราเคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Local Brand หรือ International Brand นะ โดยหลักๆเลยงานที่เราได้มทำร่วมกับแบรนด์เหล่านั้นจะเป็นตัวการ์ตูน Character ที่ทุกๆคนรู้จักกันในชื่อ “3 BALLS” ซึ่งแบรนด์ที่เราเคยไปทำให้ก็อาทิเช่น Samsung, Johnnie walker, Adidas, HP ASIA และก็อีกหลากหลายแบรนด์ หลากหลายธุรกิจ แต่เอาเข้าจริงเราก็ทำหลายอย่างเหมือนกันนะ อย่างแรกก็คือที่บอกไป ส่วนอย่างที่สองเราก็ทำงานประจำของเราเนี่ยแหละ ซึ่งเราเป็นกราฟฟิคดีไซน์ของเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งอันนี้คืออาชีพหลักของเราที่ตื่นมาทำงาน 5 วันเหมือนคนปกติทั่วไป แต่พอเรากลับบ้านเราก็ทำงาน Art ที่ได้รับจากข้างนอกบ้าง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เราอยากทำบ้างซึ่งแน่นอนแหละว่างานที่จะมาจ้างเรามันไม่ได้มีมาตลอดหรอก เราก็ต้องพยายามสร้างสตอรี่ สร้างงานของตัวเองขึ้นมาเป็นโปรเจ็กต์ของเราเอง ชีวิตเรามันก็จะวนลูปอยู่แบบนี้แหละ และก็จะมีอีกอย่างนึงก็เป็นผลงานที่เผยแพร่ทางนิตยาสารต่างๆนะเช่น ART4D, Computer Arts และก็อีกเยอะแยะเลยเราจำได้ไม่หมดอะ ฮ่าฮ่าฮ่า....

.jpg)

.jpg)
.jpg)
ส่วนตัวชอบงานชิ้นไหนมากที่สุดครับ
- งานที่ชอบที่สุดที่ทำให้ลูกค้าน่าจะเป็น Sculptor ที่ทำกับ Johnnie Walker นะ เพราะอะไรหรอ เพราะจริงๆเราเป็นคนทำ Character ไง เราจะชอบสะสมของเล่น ชอบสร้างตัวละคร แล้วไอสิ่งที่เราได้ทำกับ Johnnie Walker อ่ะมันคือตัวละครที่เราออกแบบเอง เราปั้นมันขึ้นมาด้วยมือของเราเองคือเราภูมิใจมาก เชื่อป่ะพอเราทำเสร็จแล้วยืนมองมันอยู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา แล้วก็พูดกับตัวเองว่า “โห นี่เรื่องจริงหรอวะ” คงเป็นงานเนี้ยแหละที่เรารู้สึกว่าชอบมันมากที่สุด ส่วนโปรเจ็กต์ส่วนตัวหรอ เราเป็นชอบทำสติ๊กเกอร์มาก โดยสันดานเราเลยเราเป็นคนที่ชอบทำของแบบกระจุ๊กกระจิ๊กเล็กๆน้อยๆ ตอนปีที่แล้วเราเคยทำสติ๊กเกอร์ที่เป็นปั๊มทองออกมา ซึ่งจริงๆไม่มีใครเขาทำกันหรอกเพราะค่าโปรดั๊คชั่นมันแพงและเราทำมันน้อยมาก แต่เรารู้สึกชอบอ่ะเราก็เลยเกิดความคิดอยากทำอีก ก็เลยเป็นเซ็ทที่ 2 นี้ออกมาเพียงเพราะหลังๆมาเนี้ยเราชอบงานแบบนี้ พวกงานทดลองเทคนิคด้านการพิมพ์หรืออะไรทำนองนั้น อย่างที่บอกเราทำงานด้าน Graphic Design เราจะมี Know-How ในเรื่องแบบนั้น เราคิดว่าเราสามารถเล่นกับอะไรพวกนี้ได้ เราก็เลยลองอะไรแบบนี้ดู จนมันกลายมาเป็นสิ่งที่เราชอบนั่นแหละ
.jpg)


ก่อนหน้านี้ทาง V.A.C เคยเชิญพี่เบนซ์มาร่วมงานกับเราด้วย ช่วยเล่าถึงผลงานนั้นหน่อยได้ไหมครับ
- อ๋อ...ตอนนั้นก็คือทางพี่บ๊อบเจ้าของร้าน V.A.C. เนี่ยเขามีโปรเจ็กต์ร่วมงานกับแบรนด์อย่าง Saucony เขาก็เลยได้มาชวนเรากับน้องๆอีก 2 คน ที่ทำงานในสายเดียวกับเรา มาร่วมออกแบบเสื้อในโปรเจ็กต์นี้โดยคอนเซ็ปต์ที่เราได้รับบรีฟมาก็คือ ทาง Saucony พื้นเพของเขาจะเล่นกับชนเผ่าอินเดียนแดงไรพวกนี้ เราก็เลยต้องตีโจทย์ของทางนั้นเพื่อให้เข้ากับแบรนด์ V.A.C. แล้วดึงความเป็นตัวเราเข้าไปด้วย เลยออกมาเป็นงานในคอลเลคชั่นนี้ครับ โดยสิ่งที่เรานำเสนอออกไปเราต้องการที่จะถามสังคมในปัจจุบันว่า “โลกนี้มันเป็นของใครกันแน่” เพราะชนเผ่าอินเดียนแดงเขาถูกรุกรานโดยคนอเมริกันอะเนอะที่เราทราบๆกันดี ถามว่าทำไมถึงต้องสื่อออกมาในมุมนี้ คือเราเป็นคนชอบศึกษาในเรื่องของประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราก็เลยเอาความรู้ตรงเนี้ยมาใส่ลงไปในผลงานของเราด้วยเลย เพราะอีกอย่างที่เราทำการบ้างมาเกี่ยวกับแบรนด์ V.A.C. ก็คือ ทางแบรนด์จะมีบุคคลิกที่เกี่ยวกับด้านสังคมอะไรพวกนี้เยอะ เราก็เลยคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับงานนี้ด้วย

แล้วรู้สึกยังไงบ้างครับกับการที่ได้ร่วมงานกัน แล้วในอนาคตถ้ามีโอกาสอยากกลับมาทำงานร่วมกับเราไหม
- ส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบและเสพเรื่องแฟชั่นอยู่แล้วอะเนอะ และ V.A.C. เนี่ยเราเรียกได้เลยว่าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน Street Culture ของประเทศเราเลย เราก็ดีใจนะที่ได้ร่วมงานกับทาง V.A.C. ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการ Street Fashion ในบ้านเรา เราก็ขอขอบคุณทางพี่บ๊อบและก็ V.A.C. มากๆเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปร่วมงานกันอีกครั้งนะ ดีใจที่แบรนด์ต่างๆที่เราชื่นชอบและชื่นชมได้เชิญเราไปร่วมทำผลงานด้วย มันก็ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งในชีวิตเหมือนกัน
สุดท้ายพี่เบนซ์อยากฝากอะไรถึงน้องๆรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเดินตามความฝันของตัวเองมั่งครับ
- เราขอพูดถึงวิธีการละกัน ถ้าในเรื่องสิ่งที่เราต้องทุ่มเทหรือไรเงี้ยเราทุกคนรู้อยู่แล้วแหละเนอะ ส่วนวิธีการของเราก็คือ สิ่งแรกเลยคือเราต้องยอมแลกกับสิ่งที่จะสูญเสียไป เมื่อเราตั้งเป้าไว้แล้วเราต้องเอาเวลาที่เราไปทำอะไรที่ไร้สาระ มาโฟกัสกับงานเราให้มากเข้าไว้ หมกมุ่นกับงานให้มากๆ ตัดเรื่องเที่ยวออก ตัดอะไรที่มันเป็นส่วนเกินในชีวิตเราออกไป เพื่อเป็นการชดเชยเอาเวลาเหล่านั้นอะมาทำงาน แล้วก็พยายามจัดตาราง จัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละงาน เวลาเราอยู่บ้านเราจะมีตารางของเราเลยนะว่า กี่โมงกี่โมงเราทำอะไรบ้างมันทำให้เรา Manage ได้อยู่ในระบบการทำงานได้ จริงๆเราไมได้คิดขึ้นมาเองหรอกกระบวนการทำงานเนี้ย คือเราศึกษามาจากต่างชาตอีกทีนึง ถ้าเราสังเกตุเด็กต่างชาติเวลาทำอะไรเขาจะเต็มที่กับมันมาก แล้วเขาจะไม่นอกกฏนอกระเบียบเหล่านั้นเลย เรามองว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เด็กไทยมองข้ามมันอะ ส่วนใหญ่เขาจะคิดว่าการเป็น Artists หรือเป็นอะไรเหล่านั้นจะต้องมีความอิสระ จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นอะ ถ้าอิสระทางความคิดอะใช่เราไม่เถียง แต่วิธีที่เราจะให้ได้มาซึ่งงานอะเราต้องมีวินัยนะ เพราะงั้นเราจึงอยากให้ทุกคนเริ่มจากการมีวินัยในงานก่อนว่า ภายในหนึ่งวันของตัวเองต้องทำอะไรบ้าง หาวันพักผ่อนด้วยไม่ใช่หมกมุ่นกับมันจนเกินไปไม่งั้นเราจะอึดอัด รับสิ่งดีๆเข้าร่างกายบ้างเช่นการออกไปหาแรงบันดาลใจข้างนอก หรือทำอะไรที่มันผ่อนคลายแล้วเราจะสนุกกับงานที่เราทำ เราก็อยากฝากไว้เท่านี้แหละครับ
.jpg)

PHOTO BY g0.od
V.A.C. CAVEMEN
- Written By Nvt S. Plubsuwan (Social Media Executive) Instagram : @anastronvt
SPECIAL THANKS
- BENZILLA Instagram : @benzillabkk