
ณ ปัจจุบันท่ามกลางสงครามสตรีทแฟชันในบ้านที่เราปะทุขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ สนามรบที่ห้ำหั่นกันท่ามกลางกระแสที่รั้งไว้ไม่ได้ ทำให้แบรนด์สตรีทแฟชันเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย ถ้าพูดถึงแบรนด์ต่างๆที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของเจ้าของแบรนด์ที่วางขายอยู่ในบ้านเรา ต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายแบรนด์และหลากหลาย Culture เป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าแต่ละแบรนด์จะมีจุดประสงค์หรือความต้องการที่จะเข้าไปอยู่ในใจของใครหลายๆคน แม้กระทั่ง Messages ที่ต้องการสื่อออกไปยังกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันนั้น เราต่างก็ต้องยอมรับว่าทุกๆแบรนด์มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน นั่นก็คือการขายสินค้าของตัวเองให้กับกลุ่มคนที่หลงไหลในความเป็นตัวของตัวเอง และคนที่มองเห็นแบรนด์เหล่านั้นมีจุดยืนที่ตอบโจทย์การแสดงความเป็นตัวตนของเขาออกมา
แต่ภายใต้สังเวียนที่แต่ละแบรนด์พยายามช่วงชิงกันอยู่นั้น ยังมีแบรนด์สตรีทแวร์โดยฝีมือคนไทยที่มีแนวทางการนำเสนอที่แตกต่างจากแบรนด์ทั่วๆไป แม้กระทั่งแนวคิดหรือเป้าหมายในการทำงานของผู้ริเริ่มนั้นที่ไม่ได้โฟกัสอยู่แค่ในประเทศของเรา กลับกันทางแบรนด์พยายามสร้างสรรค์ผลงานของตนเองเพื่อที่จะดีดตัวเองให้ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับสากลให้ได้
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักและบทสัมภาษณ์พิเศษกับสุดยอดแบรนด์สตรีท High-End ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย ด้วยฝีมือการสร้างสรรค์ การออกแบบ และแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ จากคนที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการการบ่มเพาะออกมาจากการศึกษาในระบบที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเสื้อผ้าแฟชัน แต่ความสามารถทางด้าน Creative ของเจ้าตัวนั้นกลับเป็นแรงขับเคลื่อนให้ฉายแววการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนี้ออกมาแทน กับแบรนด์ที่มีชื่อว่า “TAKARA WONG”

Photo By @snapeverydayyyy

- ก่อนอื่นผมอยากให้พี่แชมป์ช่วยแนะนำตัวเองและพูดถึงที่มาที่ไป ก่อนจะมาทำงานในด้านนี้ก่อนละกันครับ เพราะผมเชื่อว่ายังมีเด็กรุ่นใหม่หรือใครอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์อย่าง "TAKARA WONG"
" สวัสดีครับผม แชมป์ ฐกรณ์ วรรณวงษ์ ก่อนอื่นเลยคือเราต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้เรียนแฟชันดีไซน์มา เราเรียนจบ Creative Marketing จากมหาวิทยาลัยรังสิตมา ตั้งแต่เรียนจบมาก็ฝึกงานแบบเด็กนิเทศศาสตร์ทั่วๆไปมานั่นแหละครับ แต่พอเราเรียนจบเราก็ไปศึกษาต่อที่ Le Cordon Bleu ที่ Sydney มา ซึ่งแน่นอนว่ามันต่างจากสิ่งที่เราเรียนมาในตอนแรกเลย เราก็เลยได้ลองทำงานในส่วนนั้นดู ซึ่งเราได้ใช้เวลาในการทำร้านอาหารร้านขนม เป็นเวลาประมาณ 1-2 ปี ซึ่งในช่วงเวลาที่เสียไปนั้นน่ะ มันทำให้เราเริ่มรู้ตัวเองว่า ที่จริงนั้นเราไม่ได้ชอบทำอาหาร เราชอบแค่ในพาร์ทที่เราคิดครีเอทเมนูต่างๆมากกว่า เพราะในการทำร้านอาหารมันมีความน่าเบื่ออยู่ในตัวของมันนะ คือการทำงานในครัวเนี่ยเราจะไม่สามารถเปลี่ยนเมนูบ่อยๆได้ ซึ่งเราก็มารู้ตัวเองทีหลังว่าเราไม่ได้ชอบการลงมือปฏิบัติ เราชอบแค่การคิดสร้างเมนูขึ้นมาแค่นั้น "

Photo By @snapeverydayyyy
" อีกทั้งอันที่จริงเราชื่นชอบการแต่งตัวอยู่แล้วและก็ชอบแต่งตัวให้คนอื่นด้วย ตั้งแต่เด็กเราจะซื้อแต่นิตยสารทีเกี่ยวกับแฟชั่นมากกว่าหนังสืออื่นๆ ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองสนใจในด้านนี้ และอยู่มาวันนึงเราเริ่มรู้สึกว่าเวลาเราจะแต่งตัวเราไม่สามารถหาเสื้อผ้าที่ตัวเองอยากใส่ได้ เราก็เลยพยายามครีเอทเสื้อผ้าตามแบบที่ตัวเองชอบออกมา หลังจากนั้นเราก็ได้ไปปรึกษาเพื่อนคนนึงว่าเราอยากทำเสื้อผ้า เราชอบในพาร์ทที่มันได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นมีอิสระมากขึ้นเราเลยค้นพบว่าเราลองทำเสื้อผ้าเองเลยดีกว่า มันเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่ได้ใช้ชื่อ "TAKARA WONG" นะเราใช้อีกชื่อนึง แต่ไปๆมาๆเรารู้สึกว่าอยากใช้ชื่อตัวเอง เพราะมันน่าจะแสดงความเป็นตัวเราออกมาได้มากที่สุด เลยตัดสินใจใช้ชื่อ "TAKARA WONG" มาตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบัน "

- "TAKARA WONG" ในความหมายของพี่แชมป์คืออะไรครับ?
" ก็ต่อเนื่องมาจากสิ่งที่ได้พูดไปเมื่อกี้ คือเรามองว่าเสื้อผ้าเนี่ยมันสามารถเปลี่ยนได้เรื่อยๆไม่จำเจมันทำให้เรารู้สึกว่าเราสนุกกับมันมาก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของเรา พอเราทำอะไรออกมาคนภายนอกก็จะรู้ได้ว่ามันคืองานของเรา มันจึงเป็นข้อสรุปให้เราอยากทำเสื้อผ้าขึ้นมานั่นละครับ ซึ่ง “TAKARA WONG” เนี่ยมาจากการลองผิดลองถูกตั้งแต่แรก "
" คอลเลคชั่นแรกของเราเราอยากให้ออกมาในช่วง Spring/Summer 2016 แต่เราก็ทำไม่ทัน ทั้งๆที่เราเริ่มทำตั้งแต่ปี 2015 เพราะอย่างที่บอกมันคือการลองผิดลองถูกเนื่องจากเราไม่ได้เรียนแฟชันดีไซน์มา มันก็เลยทำให้เราทำนู่นทำนี่พลาด มันเหมือนเราเริ่มจากศูนย์แบบที่ไม่รู้อะไรเลย เราก็ไปหาซื้อผ้าเองซื้ออะไรเอง ไปให้ช่างจัดการให้ก็โดนเขาหลอก ทำ Pattern มาอะไรมาก็ไม่ถูกใจอีก เพราะเราคิดว่าถ้าอะไรที่มันไม่ถูกใจเรา เราก็ไม่อยากปล่อย มันเลยกลายมาเป็นหนึ่งใน Concept ของเราก็คือ “Trial And Error” ก็คือการทำซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าที่เราจะคิดว่ามันพอดี โดยเราถือว่าเป็นหนึ่งใน DNA ของแบรนด์ที่เราวางไว้ "


" อีกสิ่งวางไว้ก็คือ “Uncover” ครับ คือผู้ชายที่สวมใส่สินค้าของ TAKARA WONG คือผู้ชายที่เปิดเผย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมไปถึง “Disorder” และก็ “Resistance” ซึ่งพวกเนี้ยมันคือการต่อต้าน การขัดคำสั่ง ประมานนี้ซึ่งนั่นคือ Brand DNA ที่เราวางไว้เช่นเดียวกัน ส่วน สไตล์ของ “TAKARA WONG” จะเป็น “High Street Fashion” ผสมกับ “Street Formal” ซึ่งเสื้อผ้าของเราเนี่ยมันจะไม่ใช่เสื้อผ้าที่เราใส่กันทั่วไป มันจะมี Hidden Messages ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเสื้อผ้าของเราจะบอกได้ด้วยตัวของมันเอง โดยแบรนด์ของเราก็ได้มีออกมาทั้งหมด 4 คอลเลคชั่นแล้ว แล้วกำลังจะออกคอลเลคชั่นที่ 5 ภายในปลายปีนี้ครับ "


- ล่าสุดกับการที่ได้นำเสื้อผ้าของ TAKARA WONG คอลเลคชั่นใหม่ ไปถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลกบนเวที Tokyo Fashion Week มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไรครับ
" เราต้องบอกก่อนเลยว่า “TAKARA WONG” ได้ Inspiration มาจากดนตรีกับสิ่งที่เกิดจากความทรงจำตอนเด็กของเรา ซึ่ง ณ ตอนนี้เราก็ยังถ่ายทอดมันออกมาได้ไม่หมด คือเสื้อผ้าของเราเนี่ยได้ผ่านบุคคลมามากมายตั้งแต่คนที่ชื่นชอบดนตรีพังก์ ยันคนที่ชื่นชอบศิลปะ Pop-Art และเราก็คลุกคลีกับคนเหล่านี้มามาก เสื้อผ้าต่างๆของเราเลยจะนำดนตรีมาเป็นแรงบันดาลใจหลักรวมกับ Childhood Remember ของเรา "
" ส่วนคอลเลคชัน Spring/Summer 2018 คือเราจินตนาการออกไปว่า ในอีก 50-90 ปีข้างหน้า เสื้อผ้าของ “TAKARA WONG” จะเป็นแบบไหน คนสวมใส่จะมีบุคคลิกแบบไหน เราเลยใช้วัสดุที่เป็นผ้าสังเคราะห์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพลาสติก ไนล่อน โพลีอีสเตอร์ โดยผ้าจากธรรมชาติเราจะเอาไปใช้กับหมวกหรือถุงเท้าแทน ซึ่งเราคิดว่าในอนาคตเนี่ยคนที่สวมใส่เสื้อผ้าจะเน้นความคล่องแคล่วเป็นหลัก และต้องสามารถป้องกันสภาพอากาศต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตโลกของเราจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน จึงทำให้ออกมาเป็นคอลเลคชั่นนี้ที่ชื่อว่า “Future-Sistance” แต่พอทำออกมาเสร็จ เราก็คิดกลับมาว่าระยะทางที่เรากว่าจะเดินทางไปถึงอนาคตในช่วงนั้น ที่จริงคนไม่ได้ต้องการที่จะให้มันไปถึงตรงนั้น คนส่วนใหญ่อยากจะให้สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันอยู่กับเราไปได้นานๆมากกว่า เพราะเมื่อเรากำลังเดินทางไปสู่อนาคต แน่นอนว่ามันมักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี จากคนที่เคยคุยกันมันทำให้เราคุยกันน้อยลง เรามักจะเลือกใช้วิธีการส่ง Message หรือ Text หากันซะมากกว่า มันเลยทำให้เรารู้สึกเหงา รู้สึกโดดเดี่ยว สีในคอลเลคชั่นนี้จึงออกมาเป็นสีเทา, ขาว, ดำ และสีที่ขาดไม่ได้เลยของ “TAKARA WONG” ก็คือสีแดง ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อตัดความเลี่ยนในสีของคอลเลคชั่นนี้




" และคอลเลคชันนี้เราได้ลงมือก่อนที่ Tokyo Fashion Week ติดต่อมานะ ที่จริงเราได้การสนับสนุนจาก Siam Paragon และ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการส่งออกแห่งประเทศไทย โดยการถูกนำไปคัดเลือกดีไซน์เนอร์ประจำประเทศไทยกว่า 100 ชีวิต และคัดออกมาเหลือประมาณ 10 คน แล้วก็คัดเลือกต่อให้เหลืออีกเพียงแค่ 3 คน และเราก็ได้เป็น 1 ในนั้น ซึ่งมันเป็นโครงการที่เขาทำกันมาทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้มันยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ว่า เราจะได้นำผลงานของเราออกไป Showcase ได้ไปทำ Fashion Show ที่ Tokyo บนเวทีเดียวกันกับแบรนด์ดังๆของญี่ปุ่นมากมาย มันเป็นอีกขั้นนึงที่เราได้ก้าวไปซึ่งเราได้ใช้แบบและทีมงานจากทางญี่ปุ่นทั้งหมดเลย ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก "


- เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ "TAKARA WONG" ที่พี่วางไว้คืออะไรครับ?
" ไม่มี....เพราะเราคิดว่าถ้าเราวางเป้าหมายไว้สูงสุด ถ้าเราไปถึงมันแล้วเราจะไปต่อไม่ได้ เราไม่เคยตั้งเป้าหมายสูงสุด เราแค่คิดไว้ทีละ Step ว่าปีนี้ๆเราจะต้องทำอะไรให้ได้ แล้วสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้เนี่ยมันทำได้ทุกปีเลยนะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา อย่างปีแรกเราตั้งใจไว้ว่าอยากเอาเสื้อผ้าไปขายในห้างสรรพสินค้า เราก็ได้ขายแล้วทุกวันนี้เรามีสินค้าวางขายที่ Central World ,Siam Center ปีที่ 2 ตั้งใจไว้ว่าต้องเอาแบรนด์เราไปโชว์ที่ต่างประเทศให้ได้ เราก็ไปมาแล้วที่ มิลาน, ฝรั่งเศส และ ญี่ปุ่น "
" คือเราตั้งเป้าไว้ที่ว่า ภายใน 5 ปีเราจะต้องมี Shop ที่ต่างประเทศมาซื้อเสื้อผ้าของเราไปวางขายในร้านของเขา อาจจะเป็น Shorditch ที่อังกฤษหรือย่าน Shibuya ใน Tokyo ว่าจะต้องมีสินค้าของเราไปขายที่นั่น จุดเป้าหมายสูงสุดเราไม่มีเลย ไม่รู้จะตั้งไว้ทำไมเราคิดว่าเราตั้งเป็นปีๆแล้วทำให้มันได้ดีกว่า อยากบอกทุกคนๆว่า เวลาตั้งเป้าหมายอะไรไว้เราตั้งแค่ก้าวสั้นๆพอแล้วมันจะไปถึงง่ายกว่า พอเราไปถึงแล้วเราก็ค่อยๆตั้งใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ตั้งแล้วต้องทำให้ได้ด้วยนะ ซึ่งมันก็จะโยงมาถึงเรื่องที่ว่าเราอ่ะ ไม่ได้อยากเปิด Flagship ในประเทศไทยอยู่แล้ว คือเราอยากให้มีสินค้าของเราขายอยู่ในร้านต่างๆทั่วโลกมากกว่า ถ้าเราเปิดร้านเป็นของตัวเองมันเหมือนว่าเราต้องมานั่งรอลูกค้าเข้ามาซื้อของๆเรา สู้เราเอาของๆเราไปอยู่ในร้านที่เป็นหัวเมืองต่างๆทั่วโลกให้มันขายได้ด้วยตัวของมันเองดีกว่า คือเราเน้นทำธุรกิจแบบ B2B ฉะนั้นเราไม่ได้ตั้งเป้าเหมือนแบรนด์อื่นๆที่ต้องมีช็อปเป็นของตัวเองแล้วต้องขายมันกับคนที่เดินไปเดินมาบนถนนให้ได้ "

Photo By @snapeverydayyyy



- สุดท้ายนี้พี่แชมป์มีอะไรอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองไหมครับ?
" เราต้องหาตัวเองให้เจอก่อนนะว่าตัวเราเองชอบอะไรและชอบมันจริงๆหรือป่าว เพราะการทำเสื้อผ้าทุกวินาที ทุกวัน คุณจะต้องคิดอยู่แต่เรื่องพวกนี้ คนทำเสื้อผ้าจะดีไซน์หรือออกแบบอย่างเดียวไม่ได้ พอคุณเข้ามาทำตรงนี้เรื่อง Business มันต้องเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว เมื่อก่อนเราก็คิดเหมือนกันว่าดีไซน์เนอร์คือมีหน้าที่แค่ดีไซน์อย่างเดียว แต่พอเราเข้ามาอยู่ในจุดนี้จริงๆคือมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย ถ้าเราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของดีไซน์เนอร์คนอื่นๆเราจะรู้เลยว่า เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลาในขั้นตอนการดีไซน์นะว่า พอทำออกมาแล้วเราจะไปขายที่ไหน ทำเสื้อผ้าสีอะไรออกมา ทำออกมาแล้วคนจะใส่ไหม ซึ่งเรื่องพวกนี้มันต้องมีหลายๆอย่างเข้ามาประกอบกันแล้วเราจะทำมันออกมาได้ดี สิ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือ...เป็นตัวเองให้มากที่สุด แล้วลงมือทำเลยถ้าเราคิดแล้วรอ มันก็จะมีคนอื่นที่คิดได้แบบเราแล้วเขาก็จะทำก่อนเรา สิ่งที่สำคัญเลยคืออย่าไปพยายามเปลี่ยน DNA ความเป็นเรา ซึ่งมันถูกสร้างมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เราเอาความคิดของเราลงไปใส่ในผลงานก็ขอให้มันเป็นแบบที่เราต้องการจะสื่อออกมาเลย ไม่ใช่สักแต่ว่าทำอะไรที่มันขายได้ พอมันขายดีเราก็ทำแต่ตรงนั้นจนลืมความเป็นตัวเองไป เราจะต้องชั่งน้ำหนักให้มันเท่าๆกัน เช่นสิ่งที่มันขายได้เราก็ทำไปสักครึ่งนึง ส่วนอีกครึ่งนึงเราต้องใส่ความเป็นตัวเองลงไปเยอะๆ อันนี้คือในมุมของคนที่อยากเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์นะ แต่ถ้าคุณอยากจะแค่ขายของแบบปกติคุณทำแบบไหนก็ได้ ก็อยากฝากไว้ประมาณนี้ละครับ "

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับวิธีการบริหารการจัดการต่างๆ และแนวคิดในกระบวนการทำงานแต่ละขั้นตอนของ Creative Director และ Head Designer ของแบรนด์เท่ห์ๆแบรนด์นี้ ทางผู้เขียนเองก็หวังว่า เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านบทความนี้จะได้รับแนวคิดหรือวิธีการทำงานใหม่ๆ เพื่อเป็นแรงผลักดันตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้า
ส่วนตัวผมเองก็หวังว่าแบรนด์ “TAKARA WONG” จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจเพื่อนๆได้ เฉกเช่นเดียวกับแบรนด์ต่างประเทศดังๆแบรนด์อื่นที่เพื่อนๆอาจจะชื่นชอบอยู่แล้วนะครับ
และถ้าใครอยากสัมผัสหรืออยากเป็นเจ้าของสินค้าเสื้อผ้าจากแบรนด์ “TAKARA WONG” เตรียมตัวพบกับสินค้าจากแบรนด์ดังกล่าวได้ที่ร้าน V.A.C. ของเรา เร็วๆนี้ได้เลย
สุดท้ายในฐานะของผู้เขียนที่ได้รู้จักและร่วมงานกับพี่แชมป์มาช่วงนึงก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกได้ถึงความตั้งใจในการทำงานของผู้ชายคนนี้อย่างแท้จริง โดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ติดตามพี่เขามาตลอดอยู่แล้ว พอได้มาสัมภาษณ์พี่แชมป์เกี่ยวกับเรื่องราวของแบรนด์อย่าง “TAKARA WONG” ก็เลยคิดว่าเรื่องราวของผู้ชายคนนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนได้ ทางผู้เขียนก็หวังว่าเพื่อนๆที่อ่านบทความฉบับนี้จะได้เห็นสิ่งเดียวกันกับที่เรามองเห็นเช่นกันนะครับ
SPECIAL THANKS
- TAKARA THAKORN WANNAWONG (Founder, Creative Director, Head Designer) Instagram : itstakarawong
- TAKARA WONG (Official Fanpage)
- TAKARA WONG (Official Instagram)
V.A.C. CAVEMEN
- Written By Nvt S. Plubsuwan (Social Media Executive) Instagram : @anastronvt