[Review] UA Threadborne Shift

Written By Bob V.A.C. (Instagram: @bobvac)

 

 

          หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน เนื่องจากภารกิจเลี้ยงดูลูกชาย วันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกครั้งนะครับกับผม Bob V.A.C. และในวันนี้ก็จะมารีวิวรองเท้ารุ่นสวยๆจากแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) อย่างรุ่น UA Threadborne Shift (ยูเอ เธรดบอร์น ชิฟท์) ซึ่งก็ถือว่าเป็นรองเท้าเดินเล่นหรือรองเท้าแฟชั่นรุ่นแรกๆจาก Under Armour ด้วย เพราะก่อนหน้านี้ทางแบรนด์เองก็เริ่มต้นมาจกาพวกเสื้อผ้า Training จนพัฒนามาผลิตรองเท้าของตนเองแต่ก็เป็นรองเท้า Training ซะส่วนใหญ่ แล้วมาบูมมากๆช่วงที่ Curry ได้แชมป์ NBA ติดๆกันก็เลยยิ่งติดลมบนจนทำให้ Under Armour เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้น แต่ในแง่ของสินค้าที่เป็นแนว Lifestyle ก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนัก เพราะยังไม่ได้มาลุยตรงนี้อย่างเต็มตัว พวกวัยรุ่นสายสตรีทก็เลยยังไม่รู้จักกันเท่าไร พอดีผมเห็นว่ารองเท้ารุ่น Threadborne Shift นี่มันก็น่าสนใจดี และส่วนตัวคิดว่าสวยด้วย เลยอยากเอามารีวิวดูว่าใส่ออกมาแล้วสวยมั้ย สบายมั้ย มันมีดียังไง หรือ แตกต่างจากแบรนด์อื่นยังไงบ้าง ผมคิดว่าพี่น้องผองเพื่อนคนอื่นๆก็คงอยากรู้เหมือนกัน เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ลองไปอ่านกันเลยครับ

 

          UA Threadborne Shift ก็ไม่ได้มีประวัติยาวนานอย่างที่เคยเกริ่นไป เพราะทาง UA ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตเค้าจะมาเอาดีทางสินค้า Lifestyle มากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ดู ทาง UA น่าจะออกแบบมาเพื่อให้กับกลุ่มแฟนๆของแบรนด์มากกว่าที่จะตีตลาดลูกค้าแบรนด์อื่น ซึ่งผมดูจากการโปรโมท จากการใช้วัสดุและการออกแบบ กลุ่มลูกค้าที่เค้ามองน่าจะเป็นกลุ่มที่รู้จักคุณภาพสินค้าของแบรนด์อยู่แล้ว และอยากได้รองเท้าที่เรียบง่าย ใส่สบาย ไม่หวือหวามาก ใส่ไปทำงานได้ และเป็นของแบรนด์ที่ลูกค้ากลุ่มนี้รัก นั่นก็คือแบรนด์ Under Armour นั่นเอง จะเห็นได้ว่าจริงๆรองเท้ารุ่นนี้มีหลายคู่สีมากตั้งแต่ดำล้วน ขาวล้วน ไปจนคู่สีแบบสีกรม สีน้ำเงิน สีครีมอ่อน แต่ทุกสีจะค่อนข้างไปทางเรียบง่าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายพอสมควร แต่ราคาที่เมืองไทยผมว่าก็สูงอยู่พอสมควร อยู่ที่ราคา 4,990 ในขณะที่ราคาเมืองนอกอยู่ที่ 3,500 โดยประมาณ (ราคาเท่ากับรองเท้ารุ่นเบสิคของยี่ห้ออื่นอย่าง Air Force 1, Adidas Superstar, Reebok CL Classic)แต่รุ่นนี้ของ Under Armour ถือว่ามีการใช้เทคโนโลยีมากกว่ารองเท้าเบสิครุ่นอื่นๆ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพูดถึงกันเลยว่ามีการใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างนะครับ

 

 

          Upper (หน้าผ้า) - อ่านจากชื่อก็รู้ละว่ารองเท้ารุ่นนี้ใช้หน้าผ้าอย่าง Threadborne ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เอามาต่อกรจากแบรนด์อื่นอย่าง Flyknit, Primeknit, EVO Knit และ หลายต่อหลายนิต ในแง่ของการตั้งชื่อผมขอให้ Under Armour ชนะละกัน เพราะมีความคิดสร้างสรรค์กว่าแบรนด์อื่นๆเยอะ ฮาาา แต่หน้าผ้าแบบถักของ UA นั้นจะต่างจากยี่ห้ออื่นตรงที่ว่า Threadborne มันไม่ได้นุ่มและบางขนาดนั้น สำหรับเพื่อนๆที่นั่งอ่านอยู่ ผมว่าเกือบทุกคนน่าจะได้เคยสัมผัส ไม่ก็ได้สวมใส่เทคโนโลยีหน้าผ้าแบบถักทอจากยี่ห้ออื่นอย่าง Flyknit, Primeknit ไม่มากก็น้อย ซึ่งความรู้สึกที่ได้คือความเบา ความบาง ความนุ่ม ความกระชับและความยืดหยุ่น แต่ Threadborne มันไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามันดีกว่าหรือแย่กว่านะ แค่ต้องการให้รู้ว่าแตกต่าง เดี๋ยวผมจะมารีวิวถึงความรู้สึกเวลาสวมใส่ที่ด้านล่างตอนให้คะแนนละกัน ซึ่งหน้าผ้าแบบถักนี้ก็จะมีความยืดหยุ่นพอสมควร บวกกับการเสิรมรองเท้าตรงบริเวณด้านข้างเท้าด้านในด้วยหนังกลับ ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูดีมีราคาขึ้นมาอีกเยอะเลย ที่หน้าเท้าและส้นเท้าก็มีแถบยางยืดที่จะยืดและหดตามขนาดของเท้าผู้สวมใส่เพื่อเพิ่มความกระชับอีกด้วย

 

 

          Midsole (พื้นกลาง) - พื้นกลางก็จะทำมาจาก Flexfit ที่เป็นเทคโนโลยีพื้นกลางของ Under Armour ที่จะเน้นเรื่องความยืดหยุ่นเป็นหลัก

 

          Outsole (พื้นนอก) - พื้นนอกของรองเท้ารุ่น Threadborne Shift จะค่อนข้างเบสิคเลย คือเป็นสียางซี่ๆสีขาวๆธรรมดาๆ ซึ่งจุดประสงค์น่าจะแค่เพื่อให้มีความทนทานในการใส่ทุกๆวันโดยไม่ต้องห่วงว่าพื้นจะสึกหรอก่อนเวลาอันควร
 

          นี่ก็คือเทคโนโลยีคร่าวๆของรองเท้ารุ่นนี้นะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูกันเลยว่าคะแนนของรองเท้ารุ่นนี้จะเป็นยังไง ชอบไม่ชอบตรงไหนบ้างนะครับ

 

          Innovation - 6 ในแง่ของนวัตกรรมแล้ว ก็ถือว่ามีเยอะกว่ารุ่นคลาสสิคจากยี่ห้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผ้า Threadborne หรือ พื้นกลาง Flexfit ต่างก็เป็นเทคโนโลยีที่พอมีชื่อเสียงในหมู่ของแฟนพันธ์แท้แบรนด์นี้

          Matchability - 7 สำหรับสีที่ผมเอามารีวิว ผมว่ามันค่อนข้างง่ายนะ เพราะเป็นรองเท้าสีที่อ่อน ต่อให้มีสีส้มแซมมา ก็ไม่ได้เยอะขนาดที่จะทำให้มันใส่ยากขึ้น แต่ด้วยการมีแถบยางสีที่เข้มขึ้นมาตัดบริเวณด้านหน้า ก็อาจจะทำให้คนหลายคนคิดหนักเรื่องการใส่รองเท้าเข้าชุดหน่อย แต่ถ้าซื้อรุ่นที่มีสีเดียวมา อันนั้นก็สามารถแต่งตัวให้เข้ากับอะไรก็ได้แน่นอนครับ

          Comfort – 6.5 สำหรับรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ต้องใช้เวลาเบรคอินค่อนข้างเยอะนะครับ ในช่วงแรกๆหน้าผ้าจะค่อนข้างแข็งและหยาบ แนะนำให้ใส่ถุงเท้าที่หุ้มข้อเพื่อป้องกันการกัดของรองเท้า และหน้าผ้าด้านหน้าจะค่อนข้างแน่น ซึ่งการใส่ในช่วงแรกๆจะรู้สึกบีบนิดหน่อย แต่ใส่ไปสักพักมันจะขยายไปตามรูปเท้าของเราและจะรู้สึกสบายมากขึ้น เป็นรุ่นที่ใส่แล้วไม่อับนะครับ เพราะใช้ Threadborne มันก็เลยระบายอากาศได้ดี ส่วนพื้นกลาง  Flexfit นั้นก็ต้องใช้เวลานวดเหมือนกัน ช่วงแรกๆใส่จะรู้สึกกระด้างๆแต่ยืดหยุ่นได้ดี ใส่ไปอีกสักพักจะนุ่มขึ้นมานิดนึง

          Value – 5 ผมว่าค่อนข้างแพงกับราคา 4,990 นะ และยิ่งเทียบราคาเมืองนอกแล้ว นี่น่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่อยากให้ Under Armour Thailand ลองดุหน่อยเพราะราคามันต่างกันมากจริงๆ คือด้วยราคาที่เมืองนอกตั้ง เรารู้ว่า Under Armour ต้องการมาสู้กับรองเท้าอย่าง Air Force 1, Superstar อะไรประมาณนี้ แต่พอราคาไทยมาค่อนข้างถือว่าโหดร้าย สำหรับผมถ้ามันอยู่ที่ 3,990 ก้น่าจะมีคนทำงานที่สนใจรุ่นนี้เยอะมากกว่านี้ก็ได้

          Originality – 7 ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นออริจินอลจาก UA แต่ด้วยรูปทรงและหน้าตาของรองเท้ารุ่นนี้ ผมเองก็บอกไม่ได้ว่ามันคือรุ่นใหม่ ทรงใหม่ แบบที่ยังไม่เคยมีใครคิดมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ไปก๊อปจากใครมาแบบหน้าด้านๆเหมือนแบบบางแบรนด์ที่ทำกัน และก็ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

          Feel – 7 ส่วนตัวแล้วผมชอบรองเท้ารุ่นนี้นะ โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าตาและรูปลักษณ์ สำหรับผมที่ชอบใส่รองเท้าผ้าใบเป็นหลัก บางทีผมเองก็อยากได้รองเท้ารุ่นที่มัน Formal หน่อย เป็นทางการหน่อย และก็ไม่ได้อยากใส่ซ้ำกับคนอื่น เพราะฉะนั้น UA Threadborne Shift เนี่ยจะค่อนข้างตอบโจทย์ในเรื่องนี้ตรงที่ว่าเป็นรองเท้าที่ดูทางการ หรือ ภาษาชาวบ้านก็พูดได้ว่าดูแก่ ดูสุภาพ และ ดูไม่ได้สตรีทเหมือนรองเท้าผ้าใบรุ่นอื่นๆ ต่อให้เป็นสีขาวๆเหมือนกัน แต่ในขณะที่เราได้เรื่อง “ลุค” ที่เราชอบแล้วเนี่ย มันก็ยังสามารถมอบความสบาย (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เยอะเท่ารองเท้าหลายๆรุ่น) ผ่านการออกแบบและเทคโนโลยีอย่าง Threadborne และ Flexfit ซึ่งใส่แล้วก็สบายกว่าพวก Dressed Shoe อีกเยอะ แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีที่ว่ามันยังไม่ได้สบายถึงขั้นนั้น ก็สำหรับรุ่นต่อไป (ถ้ามี) ก็อยากให้หน้าผ้ามันนุ่มกว่านี้ เพราะรุ่นนี้มันรู้สึกว่าหยาบและแข็งไปหน่อยครับ แต่ที่เหลือก็ไม่มีอะไรจะติละ

 

          นี่ก็คือทั้งหมดของการรีวิวรองเท้ารุ่น UA Threadborne Shift นะครับ ซึ่งหาซื้อได้ที่ร้าน V.A.C.(https://www.facebook.com/vacbkkth/) และ ช็อป Under Armour ในประเทศไทยทุกสาขา ถ้าใครชอบ ยังไงก็ช่วยกดไลค์และแชร์กันให้ด้วยนะครับ

 

COMMENTS