.jpg)
อีกหนึ่งอิทธิพลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการ Street Fashion คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ ดาราศิลปินต่างๆที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายทั้งในเรื่องของการสื่อสารผ่านบทเพลงหรือแม้กะทั่งไลฟ์สไตล์ของศิลปินเหล่านั้น แน่นอนว่าในเรื่องของดนตรีทุกคนย่อมมีความชอบที่แตกต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองแต่สิ่งหนึ่งที่แฟนเพลงอย่างเราๆให้ความสนใจนอกเหนือจากบทเพลงของเขาเหล่านั้นแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่ต้องคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลาว่าพวกเขาเหล่านั้นสวมใส่อะไร และคอยตามข่าวสารว่าศิลปินคนดังกล่าวสังกัดค่ายไหนแล้วหรือยัง
ปัจจุบันเพลง Hip Hop ถือเป็นดนตรีแขนงหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากและมีศิลปินหลายคนที่ได้เป็น Influencer หรือได้แบรนด์ต่างๆเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นตัวบ่งชี้ที่ทำให้เราเห็นว่าศิลปินเหล่านั้นมีอิทธิพลต่อเรื่องแฟชันอย่างแท้จริง วันนี้ V.A.C. จึงขอนำเพื่อนๆที่หลงรักและคลั่งไคล้ตามติดชีวิตไลฟสไตล์ของศิลปินต่างๆ มาดูกันว่าศิลปินคนที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ มีบทบาทต่อวงการ Sneakers อย่างไรบ้าง
และศิลปินคนแรกที่เราจะนำเสนอในบทความนี้ คือศิลปิน Hip Hop ชื่อก้องโลกที่ได้สร้างผลงานเอาไว้อย่างมากมายเช่น Poetic Justice ที่ได้ศิลปินรุ่นพี่อย่าง Drake มาร่วมแจมในบทเพลงนี้หรือเพลงฮิตติดหูจากอัลบั้มใหม่ล่าสุดของเจ้าตัว อย่าง HUMBLE และ Loyalty ที่ได้นักร้องสาวทรงฮ็อต Rihanna มาร่วมสร้างสีสันด้วยกัน พูดมาถึงขนาดนี้แล้วเพื่อนๆคงน่าจะรู้แล้วละครับว่า ศิลปินที่เรากำลังจะพูดถึงคนนี้คือใคร วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรับชมประวัติเล็กๆน้อยๆ รวมไปถึง Lifestyle และ การมีส่วนร่วมในวงการ Sneakers ของศิลปินนามว่า
Kendrick Lamar

หนึ่งในศิลปินฮิปฮอปที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในยุคปัจจุบัน Kendrick Lamar Duckworth เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 1987 ซึ่งชื่อของเขาคุณแม่(Paula Oliver)เป็นคนตั้งให้ โดยคุณแม่ของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินที่ชื่อ Eddie Kendricks หนึ่งในสมาชิกวงดนตรีอย่าง The Temptations นั่นเอง เธอกล่าวไว้ว่า Kendrick เป็นเด็กที่แตกต่าง เธอไม่สามารถอธิบายได้ว่าแตกต่างจากเด็กคนอื่นตรงไหน แต่เธอรู้สึกได้ว่าเจ้าหนูน้อยคนนี้ไม่เหมือนกับเด็กคนอื่นทั่วไป โดยซุปเปอร์สตาร์คนนี้ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองแบบคนทั่วไปอย่างที่เรารู้จักกับศิลปินฮิปฮอปหลายๆคนนั่นแหละครับ เพราะเขาก็เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่เราเรียกกันว่าสลัม ที่ต้องกินอาหารกระป๋องกับครอบครัวในทุกๆมื้อ ซึ่งตัวเขาเองก็ภาวนาให้ตัวเองหลุดพ้นจากสภาพชีวิตแบบนี้มาโดยตลอด เหตุเพียงเพราะครอบครัวเขายากจน เขาจึงอธิษฐานขอให้ตัวเองได้ทานอาหารดีๆในร้าน Sizzlers สักครั้ง แต่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะในทุกๆวันเขาจะต้องอดทนกินปลาซาร์ดีนจากกระป๋องเท่านั้น

Paula Oliver และ หนุ่มน้อย Young Kendrick Lamar
นอกจากต้องอดทนรับสภาพของครบครัวที่ยากจนแล้วอีกสิ่งหนึ่งบั่นทอนจิตใจของ Kendrick มาตลอดก็คือ เขาก็ต้องพยายามรับมือกับโรคซึมเศร้าตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งในยุคนั้นการเหยียดสีผิวถือเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก จากการที่ถูกกลุ่มคนที่แตกต่างจากตัวเองคอยกดดันอยู่ตลอดมันจะแย่สักแค่ไหน ที่คนผิวสีที่ยากจน ไม่มีเงิน ไม่มีทางออกเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ กลับต้องมาเจอเหตุการณ์ที่คอยเหยียบซ้ำบั่นทอนจิตใจของพวกเขาให้แย่ลงไปอีก แต่อย่างไรก็ตามหนุ่มน้อย Kendrick คนนี้ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาได้แบบทุลักทุเลเหมือนกัน

น่าจะถือเป็นเรื่องปกติของคนผิวสีที่ยากจน ที่ครอบครัวพวกเขาไม่สามารถส่งเสียให้ลูกหลานของเขานั้นเรียนหนังสือในระดับสูงๆได้ ซึ่ง Kendrick ก็ไม่ได้รับโอกาสนั้นเช่นกัน เขาเรียนจบแค่ในระดับมัธยมปลายเท่านั้น แต่เดิมพื้นเพของเขาก็ไม่ใช่เด็กดีเท่าที่ควร เพราะเขาเป็นเด็กเกเรจนเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนมัธยมมาแล้ว แต่เขาก็พยายามตั้งใจเรียนจนจบการศึกษาได้และออกมาใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ หลังจากเขาเรียนจบแม่ของ Kendrick ก็บอกกับตัวเขาว่าเขานั้นต้องออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว หลังจากนั้นเขาก็เริ่มออกหางานทันทีแต่อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่า วุฒิการศึกษาในแต่ละระดับนั้นมันมีผลต่อการตัดสินใจและเลือกงานเป็นอย่างมาก แต่แล้วเขาก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ธนาคาร Santander และนั่นก็เป็นอาชีพแรกที่เขาได้สัมผัสในช่วงชีวิตการเป็นวัยรุ่นของเขา แต่อย่างไรก็ตามเขากลับทำงานนี้ได้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ก็ต้องออกจากงาน

ใครจะไปรู้ว่า ศิลปินชื่อก้องโลกคนนี้ เคยมีความฝันอยากจะเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพเหมือนกัน โดย Kendrick นั้นมีนักกีฬาบาสเกตบอลระดับตำนานอย่าง Michael Jordan เป็นแรงบันดาลใจอีกด้วย แต่ทว่าเส้นทางการเป็นนักบาสเกตบอลนั้นไม่ได้สวยหรูแบบที่วาดฝันไว้ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ากีฬาทุกชนิดต้องใช้เวลาอย่างมากในการฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเองยาวนานหลายปี ซึ่งตัวเขาเองไม่มีเวลามากขนาดนั้น เขาเพียงแค่ต้องการให้ชีวิตเขาดีขึ้นและหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวของเขาได้ สุดท้ายเขาจึงต้องยุติความคิดเหล่านี้และทิ้งให้มันเป็นเพียงแค่ความฝันต่อไป

Michael Jordan นักบาสระดับตำนานที่โด่งดังที่สุดในช่วงปี ค.ศ. 1984-1993
อะไรที่ทำให้ Kendrick กลายมาเป็นแร็พสตาร์ได้น่ะหรอ? สิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้เขาจุดประกายการเป็นศิลปินฮิปฮอป นั้นอาจจะไม่น่าเชื่อ ซึ่งมันเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 8 ขวบ มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับศิลปินฮิปฮอประดับตำนานอย่าง 2PAC ที่ได้มาถ่ายทำ Music Video เพลง California Love ในบริเวณบ้านของเขา ซึ่งในตอนนั้นทำให้เขาได้พบเจอกับ 2Pac และ Dr.Dre และทำให้ 2Pac กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มทำเพลง และ หัดแร็พอย่างจริงจัง
.jpg)
ในช่วงเวลาต่อมาเมื่อเขาอายุได้ 14 ปีหลังจากที่ได้ตัดสินใจว่าตัวเองจะเริ่มหัดทำเพลงและเดินตามเส้นทางการเป็นแร็พเพอร์ เขาก็เริ่มเขียนกลอนและหัดแต่งเพลงขึ้นมาซึ่งเขาชอบกลอนและรักมัน เขาพยายามฝึกฝนเขียนกลอนแทบจะตลอดเวลาทุกวันและทุกคืน ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงพัฒนาตัวเองมาได้ถึงขั้นนี้ แต่ก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึงทุกวันนี้ได้เขาต้องผ่านอะไรมามากมาย ในช่วงแรกที่เขาได้ทำเพลง Mixtape ออกมา เขาใส่ทุกอย่างลงไปในเพลงของเขาที่เกี่ยวกับตัวของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเจ็บปวด หรือประสบการณ์ในชีวิตของเขา กลับกันสิ่งที่เขาทำมันก็ไม่ได้ง่ายมันไม่ได้ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาในทันทีอีกทั้งมันกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรอีกด้วย


แต่ในความพยายามของเขาก็ส่อแววประสบผลสำเร็จ เมื่อมีค่ายเพลงได้ติดต่อมาหาเขาและบอกกับเขาว่าต้องการพบ Kendrick ที่สตูดิโอในวันพรุ่งนี้ เมื่อคุณแม่ของเขาได้ทราบเรื่องดังกล่าว เธอที่มั่นใจในตัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้มาก จึงได้ให้เจ้าหนู Kendrick ยืมรถยนต์เพื่อที่จะได้ไปที่สตูดิโอได้อย่างไม่ลังเล ทั้งๆที่กำหนดการที่ต้องไปสตูดิโอคือวันพรุ่งนี้แต่เจ้าตัวกลับไปถึงสตูดิโอภายในเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากที่วางหูโทรศัพท์สายนั้น

ในช่วงเริ่มแรกของการเป็นศิลปิน ในตอนปี 2004 นั้นเขาไม่ได้ใช้ชื่อแทนตัวว่า Kendrick Lamar แต่เป็นชื่อ K-Dot ก่อนที่เจ้าตัวจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อในข้างต้น และอัลบั้มแรกที่เขาทำและเปลี่ยนชีวิตของเจ้าตัวไปตลอดกาลคือ Section.80 เมื่อปี 2010 โดยเฉพาะซิงเกิลเปิดตัวที่ชื่อว่า HiiiPower เป็นเพลงที่ถูกพูดถึงและสร้างชื่อเสียงให้เขาและเป็นที่รู้จักในวงกว้างนั่นเองครับ

Kendrick มีอิทธิพลอย่างไรต่อวงการ Street fashion และ Sneaker ของโลก แน่นอนครับว่า ศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักก้องโลกย่อมมีคนที่คอยติดตามและสนับสนุนอยู่แล้ว มันจึงเป็นเหตุให้แบรนด์ต่างๆ อยากได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ หรือ Influencer ให้กับแบรนด์เหล่านั้น
.jpg)
ในช่วงปี 2014 ถือเป็นยุคทอง Kendrick Lamar เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเจ้าตัวจะได้รับรางวัล จาก Grammy Awards ครั้งที่ 56 ที่คว้าไปได้ถึง 7 รางวัล รวมไปถึงรางวัล Best New Artist, Album Of The Year และ Best Rap Song ถึงขนาดที่ MTV ตั้งฉายาให้กับเขาว่า “Hottest MC” ซึ่งมันส่งผลให้ Kendrick Lamar ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลของโลกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็เกิดเรื่องที่น่าขำขันขึ้น ถึงแม้จะถูกจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลของโลก แต่ในช่องทาง Social Media ส่วนตัวของ Kendrick อย่าง Instagram กลับมีการโพสต์ภาพเพียงแค่ 17 รูปเท่านั้น ทั้งที่มียอด Followers สูงถึง 7.7 ล้านคนและแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลยด้วยซ้ำ โดยซุปเปอร์สตาร์คนดังคนนี้ ให้เหตุผลว่า เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโลก Social Media มากมายและไม่อยากให้ตัวเองเป็นกระแสมากไป เพราะมันเปรียบเสมือนดาบสองคม ยิ่งคุณมีชื่อเสียงมากเท่าไร มันจะยิ่งทำให้พื้นที่ส่วนตัวของคุณแคบลงไปเท่านั้น


หลังจากนั้น เจ้าตัวยังได้โอกาสที่ดีในการจับมือร่วมกับแบรนด์สปอร์ตแวร์ระดับตำนานอย่าง Reebok ในการเป็น Partnership ร่วมกัน โดยในส่วนของสัญญานั้นทางเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าเจ้าตัวจะสิ้นสุดสัญญาร่วมกันในปีใด
หลังจากการเซ็นสัญญาร่วมกันทำให้แบรนด์อย่าง Reebok ได้มีรองเท้าที่เป็นรุ่น Signature ออกมามากมาย โดยใช้โมเดลที่เป็นรุ่นยอดนิยมของแบรนด์ดังกล่าว อย่าง Club C 85 และ CL Leather อีกทั้งยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกด้วย โดยรองเท้าที่เป็นโมเดล Signature ของเจ้าตัวจะประกอบไปด้วย
Kendrick Lamar x Reebok Ventilator “Neutral”


รองเท้ารุ่นแรกที่เป็นโมเดล Signature ของศิลปินฮิปฮอปคนนี้ โดยจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้จะมาในโทนสีครีมที่เรียบง่าย และตัวหนังสือที่เขียนว่า “Blue” บนข้างซ้าย และ “Red” บนข้างขวา โดยแรงบันดาลใจของรองเท้ารุ่นนี้มาจาก เหตุความรุนแรงในเมือง Los Angeles ระหว่างกลุ่มแก๊งค์สเตอร์ ที่เป็นฝ่าย Crips (สีน้ำเงิน) และ Blood (สีแดง) ซึ่งเขาต้องการให้ 2 กลุ่มนี้สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบไม่แตกแยก เลยพยายามดึงสัญลักษณ์สีของทั้ง 2 ฝ่ายมาอยู่บนรองเท้าคู่เดียว และ พร้อมที่จะก้าวไปด้วยกัน
KENDRICK LAMAR X REEBOK CLASSIC LEATHER


อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ของโมเดล Signature จาก Kendrick Lamar ซึ่งใช้ธีมเดียวกันกับรองเท้าซิกเนเจอร์รุ่นแรกของเจ้าตัว แต่ในคราวนี้มาในรุ่นยอดฮิตอย่าง Reebok CL LEATHER ซึ่งทำออกมาได้ลงตัวเลยทีเดียว
Reebok x Kendrick Lamar Classic Leather SP



โมเดลรุ่นที่สามที่ยังคงใช้คอนเซ็ปต์เดิมในการดีไซน์รองเท้ารุ่นพิเศษสำหรับศิลปินฮิปฮอปชื่อดังคนนี้ แต่จะเป็นการนำรองเท้าอย่าง Reebok CL Leather มาปรับปรุงโฉมใหม่เพิ่มดีเทลและรายละเอียดลงไปเล็กน้อย โดยทาง Reebok นั้นมองว่ามุมมองทางความคิดในเรื่องแก๊งสเตอร์ของ Kendrick กลายเป็นภาพลักษณ์ที่คนนั้นต่างจดจำได้แล้ว ทาง Reebok จึงพยายามชูความโดดเด่นในจุดนี้ต่อไปนั่นเองครับ
Reebok x Kendrick Lamar Classic Leather ‘Split Personality’ Gum Pack




ในปีเดียวกันนั้น Reebok ก็ได้ออกรองเท้ารุ่น Signature ของ Kendrick Lamar ในโมเดล CL Leather มาอีกครั้ง แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าทางเจ้าตัวและแบรนด์ต้นสังกัดอยากจะทำรองเท้าให้มันเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น ให้ลืมเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม Gangster ออกไป จึงทำให้เกิดมาเป็นรองเท้าในคอลเลคชันที่ชื่อว่า “Split Personality” ที่เป็นการนำโทนสีคู่ตรงข้ามของสีหลักในโมลเดล CL Leather มาผสมผสานให้อยู่ในคู่เดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รองเท้าคอลเลคชันนี้แตกต่างจากรองเท้าทั่วไปนั่นเองครับ
Reebok Classic x Kendrick Lamar Classic Leather Lux



อีกหนึ่งผลงานที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆได้ไม่น้อย เมื่อ Kendrick Lamar ได้ออกมากล่าวว่า รองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้ารุ่นสุดท้ายที่ Collaboration ร่วมกันระหว่าง Reebok กับเจ้าตัว ในโมเดล CL Leather ซึ่งศิลปินชื่อดังคนนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยอีกว่า “โมเดลรุ่นนี้ก็จะเป็นเหมือนโมเดลที่ผ่านมาๆ ผมต้องการที่จะสร้างรองเท้าให้กับแฟนๆส่วนใหญ่ที่เข้าใจในความหมายของสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อออกไป ในเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจและการพัฒนาตัวบุคคลของวัยรุ่นในสังคมเมืองคอมป์ตัน สิ่งที่ผมทำออกมาคือการนำ “สีน้ำเงิน” และ “สีแดง” มารวมกัน นั่นจึงเกิดเป็นสีเขียวขึ้นมา นั่นแหละคือสีที่แสดงถึงการยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน หากเราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เราจะก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และทำให้สังคมของเราดีขึ้นได้”
Reebok X Kendrick Lamar Club C



การกลับมาอีกครั้งกับการ Collaboration ร่วมกันระหว่าง Reebok กับ Kendrick Lamar ที่คราวนี้อาจจะแปลกตาไปสักนิด เพราะเจ้าตัวไม่ได้ชูเรื่องที่เกี่ยวกับ Gangster อีกต่อไป อีกทั้งยังไม่ได้ใช้โมเดลอย่าง CL Leather อีกด้วย แต่กลับใช้อีกหนึ่งโมเดลที่กำลังมาแรงอย่าง Club C แทน ทางเจ้าตัวได้กล่าวไว้ว่าเขานั้นชอบรองเท้าโมเดลนี้อยู่แล้ว เลยได้หยิบยกโมเดลดังกล่าวขึ้นมาทำรองเท้ารุ่น Signature ของตัวเอง โดยคอนเซ็ปต์ของรองเท้ารุ่นล่าสุดนี้ Kendrick ต้องการที่จะสื่อถึงการเรียกร้องและความเท่าเทียมในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนผิวสีและคนผิวขาว ในขณะเดียวกันสิ่งที่นอกเหนือจากนั้นบนตัวรองเท้าจะมีข้อความต่างๆซ่อนอยู่ด้วย รวมไปถึง ตัวอักษรสีแดงบนตัว “K” และ “O” ซึ่งหมายถึงชื่อเล่นของเขา และชื่อที่เพิ่งเริ่มหัดทำเพลงแรกๆนั่นก็คือ “KDOT” นั่นเองครับ
และนี่ก็คือทั้งหมดของรองเท้าโมเดล Signature ของศิลปินฮิปฮอปชื่อดังคนนี้ อีกทั้งบางรุ่นถือได้ว่าเป็นตัวที่หายากสุดๆ ทำให้เหล่า Sneaker Head และ ผู้ที่ชื่นชอบในตัวศิลปินคนดังกล่าวต่างจับจ้อง และอยากได้มาไว้ครอบครองกันอย่างล้นหลาม
แต่ล่าสุดในการทัวร์คอนเสิร์ตของ Kendrick Lamar ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2017 ที่ผ่านมานั้น เจ้าตัวกลับไม่ได้ใส่รองเท้าที่เป็นรุ่น Signature ของตนเองกับแบรนด์อย่าง Reebok แต่อย่างใด ทำให้แฟนเพลงและเหล่า Sneaker Head ต่างเกิดความสงสัยว่าเจ้าตัวหมดสัญญากับทางแบรนด์แล้วหรืออย่างไร จึงเกิดเป็นข่าว Viral ขึ้นมาว่าทำไมศิลปินคนดังกล่าว ถึงไม่ได้สวมใส่ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต้นสังกัดแล้ว



หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปได้ไม่นาน ทางแอคเคาท์ส่วนตัวของ Kendrick Lamar ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ศิลปินคนดังคนนี้ได้เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับแบรนด์สปอร์ตแวร์ชื่อดังอย่าง Nike โดยมีการติดแคปชันให้กับรูปภาพนี้ว่า “Cortez. Since Day One.” นั่นก็คงจะสรุปได้ว่า เจ้าตัวเลือกที่จะใส่รองเท้าวิ่งรุ่นคลาสสิคอย่าง Cortez ในงานออกโชว์ตัวตามสถานที่หรืองานต่างๆนั่นเอง ซึ่ง Nike Cortez ถือเป็นรองเท้าที่เจ้าตัวชื่นชอบมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะในช่วงแรกที่เราได้เห็นศิลปินคนนี้ บนเวทีเจ้าตัวก็มักที่จะเลือกใส่รองเท้ารุ่นนี้ตลอด หลังจากนี้แฟนๆอย่างเราก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า ทางแบรนด์ Nike จะมีการออกรองเท้ารุ่นพิเศษสำหรับศิลปินคนนี้และอะไรเจ๋งๆหรือไม่อย่างไรนะครับ

สำหรับวันนี้เรื่องราวของประวัติและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าของศิลปินฮิปฮอปขวัญใจมหาชนอย่าง Kendrick Lamar เราก็ขอนำเสนอแต่เพียงเท่านี้นะครับ ถ้าข้อมูลตรงไหนผิดพลาดหรือบกพร่องประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากเพื่อนๆชื่นชอบคอลัมน์พิเศษนี้ และอยากรู้จักศิลปินคนไหนที่เกี่ยวข้องและมีอิทธิพลต่อวงการ Sneakers ก็สามารถคอมเมนท์บอกได้เลยนะครับ ทางเราทีมงาน V.A.C. Cavemen จะหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้เสพกันแน่นอน !!

V.A.C. CAVEMEN
- Written By Nvt S. Plubsuwan (Social Media Executive) Instagram : @anastronvt