V.A.C. CULTURED - 'อิฐ - กิตติชาญ' เด็กหนุ่มผู้แบกความฝันบนเส้นทางที่ไม่ได้เป็นคนกำหนด

Written By Nvt S. Plubsuwan (instagram: @anastronvt)

 

     ก่อนอื่นต้องขออภัยเพื่อนๆที่รอติดตามบล้อค V.A.C. CULTURED ทุกท่านด้วยนะครับ เนื่องจากช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาวันหยุดเยอะมากๆ บวกกับตัวของผู้เขียนเองติดภาระกิจไปรับปริญญามาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านบางแสนมา เลยทำให้อะไรต้องล่าช้าไปบ้างขออภัยจริงๆครับ แต่หลังจากกลับมาเราก็ไม่ลืมที่จะลุยงานที่ค้างไว้ต่อและหลังจากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าต้องถอดบทสัมภาษณ์น้องคนหนึ่ง ที่เรารู้สึกว่าน้องคนนี้มีอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นและเป็นบุคคลที่น่าสนใจมากๆเราจึงไปสัมภาษณ์น้องเขามาก่อนหน้านี้ และวันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ “อิฐ” เด็กหนุ่มที่เดินตามฝันพร้อมแบกความหวังของครอบครัวไปพร้อมๆกัน ว่าแล้วเราก็ไปรู้จักเขากันเลยครับ

 

สวัสดีครับช่วยแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆรู้จักหน่อย
- สวัสดีครับชื่อ “อิฐ” กิตติชาญ รุ่งโรจน์ อายุ 21 ปี ครับ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะโลจิสติก มหาวิทยาลัยรังสิตครับ ปัจจุบันเป็นนายแบบแฟชั่นครับ

 

ช่วยเล่าถึงความชอบในเรื่องแฟชั่นให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับ?
- ที่จริงผมสนใจเกี่ยวกับแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว แค่สิ่งที่เราเรียนมันไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เราชอบแค่นั้นเองและด้วยเหตุผลหลายๆอย่างมันเลยทำให้เราตัดสินใจที่จะเลือกเรียนในจุดนี้อะครับ แต่ต้องบอกว่าส่วนตัวเราอะชื่นชอบในเรื่องของแฟชั่นอยู่แล้วอย่างที่เล่ามา เราก็เลยเสพงานแฟชั่นมาเรื่อยๆ เปลี่ยนสไตล์ของตัวเองไปเรื่อยๆ พยายามหาสิ่งที่มันเข้ากับตัวเราเองตามอายุของเราไปด้วย เพราะเราคิดว่าแฟชั่นมันเป็นอะไรที่สนุกเราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปตลอด

 

 

แล้วเป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นนายแบบได้ล่ะครับ?
- วันเวลาผ่านไปเราก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนมาวันนึงช่วง 1 ปีกว่าๆ ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าเราไม่อยากขอเงินที่บ้านใช้แล้ว เราก็เลยมองดูตัวเราเองบนกระจกก่อนจะตัดสินใจทำอะไรบ้างอย่าง เราก็คิดของเราเองว่าตัวเรามีบางสิ่งบางอย่างที่มันสามารถช่วยเหลือตัวเราและแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ เราก็เลยดิ้นรนที่จะเป็นนายแบบให้ได้เพราะตอนนั้นในหัวเราคิดอยู่อย่างเดียวว่าเราอยากมีเงินเราก็เลยพยายามขายตัวเราเองเช่น ถ่ายรูปตัวเอง สไตล์ลิ่งตัวเอง ส่งโมเดลลิ่งไปทั่ว แต่ตอนแรกเราเฟลมากเพราะส่งไปกี่ที่เขาก็ไม่เอาไม่เรียกเราเลย พอเวลาผ่านไปสักพักด้วยเวลาอันประจวบเหมาะเราก็ได้ไปเดินเล่นตลาดที่ทาง Chezze-Mag เขาจัดขึ้นก็ได้ไปเจอพี่คนนึงเหมือนเขาจำเราได้ว่าเราเคยส่งพอร์ทไปให้เขาอะไรงี้ เขาก็เลยเรียกเรามาสัมภาษณ์นู่นนี่นั่นแล้วตั้งแต่วันนั้นมาเราก็ได้มาเป็นนายแบบจนถึงทุกวันนี้นี่แหละ

ช่วยพูดถึงผลงานที่ผ่านมาหน่อยว่าเคยเป็นแบบให้แบรนด์อะไรมาบ้าง
- ช่วงแรกเราเริ่มจากการเป็นแบบให้แบรนด์ไทยก่อนเลยมันก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเราแหละก็จะมีแบรนด์อย่าง Fuxury, Pattric Boyle, Heidi’s Secret และก็... อื่นๆอีกจำไม่ได้ (หัวเราะ) ต่อมาก็มีเดินแฟชั่นโชว์บ้างอย่างงานที่เคยเดินก็จะมี BIFW, Boys Of Bangkok และก็ Adidas ก็เคยเดินตามแฟชั่นโชว์ที่เขาจัดในบ้านเราทั่วไป และก็อย่างแบรนด์ Takara Wong ที่มีจำหน่ายที่ร้าน _ [V.A.C.] ผมก็ไปเป็นแบบแล้วก็ร่วมเดินแฟชั่นโชว์กับทางแบรนด์มาแล้วเช่นกันครับ


ระหว่างการเดินแบบกับเป็นแบบถ่ายโฟโต้เซ็ทชอบอะไรมากกว่ากัน?
- เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าเราชอบถ่ายมากกว่า แต่พอมาช่วงหลังๆเรารู้สึกว่าชอบเดินแฟชั่นโชว์ (หัวเราะ) เพราะเรารู้สึกว่าการถ่ายมันมีข้อจำกัดหลายอย่างเช่นพวก ระยะเวลา, โลเคชั่น จิปาถะ และอีกอย่างนึงเลยก็คือถ้าเราถ่ายมาแล้วมันยังไม่พอใจมันยังสามารถปรับได้อะไรได้ แต่การที่เราเดินเรามีเวลาซ้อมแค่ 1 – 2 ครั้งเองมั้งก่อนจะขึ้นโชว์จริง หลังจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นมันก็ต้องเกิด และเราก็ต้องสามารถแก้ไขสถานการณ์เองได้ด้วย คือเรารู้สึกว่าตรงนี้เนี่ยแหละมันตื่นเต้นมากกว่ามันท้าทายมากกว่ามันคือความสนุกในการทำงานอย่างนึงเลย

แล้วตั้งแต่ทำงานมาชอบงานไหนที่สุดครับ แล้วทำไมถึงชอบ?
- ชอบ Heidi’s Secret ครับ เพราะว่าเป็นแบรนด์ที่เรารู้จักกับเจ้าของแบรนด์อยู่แล้ว และในขั้นตอนการทำงานคือแบบมันดีไปหมดทุกอย่างเลยทั้งองค์ประกอบ เพื่อนร่วมงาน โลเคชั่นก็ดีมากๆ เป็นงานที่เรารู้สึกว่าพอทุกอย่างออกมาแล้วเราพอใจหมดเลย ส่วนงานเดินแบบเราชอบงานล่าสุดเลยของ The Wonder Room ที่ผมได้ไปเดินแคสกับ Gin&milk มันเป็นการเดินครั้งแรกที่รู้สึกว่าพอใจขึ้นมานิดนึงจากงานเก่าๆ (หัวเราะ)

 



จนถึงตอนนี้แฮปปี้กับงานไหมครับ เพราะดูแล้วอิฐทำงานที่ไม่ตรงสายกับที่เรียนมาเลยสิ่งที่ทำตอนนี้มันส่งผลกระทบกับการเรียนรึป่าว
- ตอนนี้ผมสามารถบริหารตัวเองได้นะมันเลยไม่มีผลกระทบเท่าไร ถ้าวันไหนที่มันมีเรียนหรือมีสอบเราอาจจะต้องขออาจารย์ที่สอนในรายวิชานั้นตามส่งงานทีหลังหรือขอสอบทีหลัง เพราะเราคิดแล้วว่าเราจะเอาทางด้านนี้ดีกว่าเพราะในเมื่อเราก้าวเข้ามาในจุดนี้แล้วเราคงต้องไปให้สุด แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าผมจะทิ้งการเรียนทุกอย่างนะเราก็ต้องดูด้วยว่าอะไรมันสำคัญอะไรไม่สำคัญแล้วค่อยตัดออกไป แล้วเลือกมาทำอย่างใดอย่างหนึ่งแทนเพราะเราเลือกแล้วว่าเราจะรับผิดชอบส่วนไหนๆ เอาจริงๆมันขึ้นอยู่กับการบริหารล้วนๆเลย ถ้าถามว่าแฮปปี้กับการทำงานไหมก็แฮปปี้นะครับ แฮปปี้มากเพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบ

ในฐานะคนที่ชื่นชอบเรื่องแฟชันเคยคิดอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองไหม?
- เคยครับ รู้สึกอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองอยากใส่อะไรที่เป็นตัวเองลงไปบนเสื้อผ้าให้ตัวเองใส่ ให้คนอื่นได้ใส่ด้วย รวมถึงเราอยากสร้างแฟชั่นโชว์เป็นของตัวเองได้ อยากครีเอทงานออกมาด้วยตัวเอง บางทีการที่เราไปเดินแบบให้คนอื่นเสื้อผ้าบางชุดมันไม่ได้เข้ากับเราเลยแต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ พอลองมาคิดกลับกันว่าถ้าเรามีแบรนด์เป็นของตัวเองได้ทำอะไรด้วยตัวเองมันน่าจะแฮปปี้กับตรงนี้มากกว่า

แบรนด์ที่ชอบ 3 แบรนด์มีอะไรบ้างครับ
- 87mm
- Greyhound
- Opening Ceremony


สนีกเกอร์ 3 รุ่นที่ชอบและอยากเป็นเจ้าของมากที่สุด
- Opening Ceremony x Vans Lampin Plaid
- Dr.Martens Chelsea Boots
- Converse All Star 60’, 70’, 80


3 เพลงที่ต้องเปิดฟังแทบทุกวัน
- Mitsume - Esper
- Lany – ILYSB
- P2WARSHIP - อย่าอยู่อย่างอยาก


หนัง 3 เรื่องในดวงใจตลอดกาล
- Love & Other Drugs
- Forgotten
- Shawshank

 


เราเชื่อว่ายังมีใครอีกหลายๆคนที่กำลังทำอะไรหลายๆอย่างควบคู่กันไป แต่เขาต้องตัดสินใจทำอะไรอย่างนึงให้มันสุดจริงๆซึ่งต่างจากอิฐที่สามารถทำอะไรให้ประสบความสำเร็จหลายๆอย่างในเวลาเดียวกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป อิฐมีอะไรจะแนะนำพวกเขาเหล่านั้นไหม
- ทุกๆอย่างมันมีจุดที่ลงตัวของมันไม่ว่าอะไรก็ตาม คนบางคนชอบบอกว่าการที่เราตัดสินใจทำอะไรไวมันอาจจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วกว่า แต่เราก็ต้องแคร์อะไรหลายๆอย่างด้วยทั้งครอบครัว คนรอบข้าง และตัวเราเอง ขอยกตัวอย่างเป็นตัวเองละกันการตัดสินใจในเรื่องเรียนของผมกับงานที่ผมกำลังทำละกัน ผมว่าเราน่าจะหาจุดที่พอดีได้สำหรับ 2 สิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เรารัก ถ้าทุกคนหาจุดที่มันพอดีได้ผมว่าใครก็น่าจะทำได้ครับ

 

 

และนี่คือทั้งหมดของ อิฐ เด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตท่ามกลางความฝันของครอบครัวและตัวเอง เราเชื่อว่ามันมีหลายคนจริงๆนะที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองควรเลือกอะไร ควรทำอะไร จะเลือกทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ทำไม่ได้ อิฐ คือหนึ่งคนที่อาจจะเป็นตัวอย่างให้ใครหลายๆคนได้ก้าวเดินต่อไปพร้อมความหวังของตัวเองและคนรอบข้าง ครั้งหน้า V.A.C. Cultured จะนำเรื่องราวอันน่าสนใจของใครมาเปิดเผยให้เพื่อนๆได้รู้โปรดติดตามไว้ให้ดี ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนเราเสมอมาแล้วเจอกันใหม่ในเดือนหน้าครับ

V.A.C. CAVEMEN
- Written By Nvt S. Plubsuwan (Social Media Executive) Instagram : @anastronvt
- Photo By Surapat Goose Nonpassopon (Photographer) Instagram :
@begoodboys
- Styling By Surapat Goose Nonpassopon (Photographer) Instagram : @begoodboys
- Layout By Surapat Goose Nonpassopon (Photographer) Instagram : @begoodboys

SPECIAL THANK
- Interviewee Kittichan it'sz Instagram : @itisbrick

 

COMMENTS