Nike Odyssey React vs Nike Epic React _ [Comparison]

Written By Bob V.A.C. (Instagram: bobvac)

อย่างที่ได้สัญญากันไว้นะครับว่าจะมารีวิวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Nike อย่าง Nike Odyssey React ที่มาพร้อมโฟม React รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปด้วย Nike Epic React ที่ขายดีถล่มทลายจนคนหาสีต่างๆแทบไม่ทัน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง Nike ก็ได้วางขายอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีโฟมใหม่ล่าสุดนี้ในรุ่น Odyssey React ซึ่งผลตอบรับก็ดีไม่ต่างกับรุ่นพี่สักเท่าไร แต่พอมันมีสองรุ่นที่ใช้โฟม React ออกมา นักวิ่งและเพื่อนๆหลายๆคนก็อาจจะเริ่มสับสนว่าเราควรจะซื้อรุ่นไหนดี หรือ สองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร และบวกกับยังไม่มีเพจไหนมาทำรีวิวหรือบอกความแตกต่างสักเท่าไร ในวันนี้ผมก็เลยจะมาขอแจกแจงให้ทุกๆท่านอ่านกันว่าสองรุ่นนี้แตกต่างกันยังไงบ้างหลักๆบทความนี้ก็จะเป็นรูป ว่าแตกต่างกันตรงไหน แล้วจุดที่แตกต่างมันมีผลยังไงบ้าง ผมชอบแต่ละส่วนของรุ่นไหนมากกว่า และสุดท้ายแล้วก็จะมาสรุปในเรื่องของความรู้สึกเวลาวิ่งให้อ่านกัน ถ้าใครขี้เกียจอ่านเป็นข้อๆ ก็รบกวนเลื่อนลงไปที่ย่อหน้าสุดท้ายเลยละกั้นนะครับ

 

 

รูปลักษณ์

สำหรับเรื่องรูปลักษณ์แล้ว ผมก็ต้องขอให้ฝ่าย Epic React ชนะไปอย่างใสๆเลย ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยกว่า โมเดิร์นกว่า และดูเพรียวกว่า และ Epic React เองก็ไม่ได้ดูเหมือนรองเท้าวิ่งทั่วๆไปในขณะที่ Odyssey React ยังคงให้ความรู้สึกที่เหมือนรองเท้าวิ่งแบบทั่วๆไปอยู่ Epic React ดูเป็นรองเท้าแฟชั่นกว่ารองเท้าแฟชั่นหลายๆรุ่นซะด้วยซ้ำ ผู้ชนะ - Epic React

 

 

กลุ่มเป้าหมาย

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในที่นี้ก็หมายถึงว่ารองเท้าสองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อนักวิ่งแบบไหน เพื่อการวิ่งประเภทไหน สำหรับ Epic React นั้น ก็จะถูกดีไซน์ออกมาเพื่อนักวิ่งที่มีเท้าปรกติ และเพื่อการวิ่งในทุกๆวัน ทั้งด้านในและวิ่งข้างนอก และยังเป็น Lifestyle Shoes ได้ด้วย ส่วน Odyssey React นั้น ด้วยความที่ว่าเป็นรองเท้าที่ถูกต่อยอดมาจาก Zoom Odyssey รองเท้ารุ่นนี้ก็เลยเป็นรองเท้าวิ่งสำหรับคนเท้าแบนโดยเฉพาะ โดยในรองเท้าบริวณอุ้งเท้าเนี่ย จะมีการดันพื้นขึ้นมานิดนึงเพื่อให้การลงจังหวะเท้าเป็นไปอย่างธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเราเท้าไม่แบน (เหมือนผม) ก็จะไม่ได้ดึงประสิทธิภาพของรองเท้ามาอย่างเต็มที่ แต่ถ้าถามว่าจะมีปัญหามั้ย ก็เท่าที่ผมวิ่งมา ก็ยังไม่เจอนะครับ ผู้ชนะ - ไม่มี

 

 

หน้าผ้า

สำหรับหน้าผ้านั้น รองเท้าสองรุ่นนี้ก็จะใช้วัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในการเลือกซื้อของแต่ละคน Epic React ใช้หน้าผ้า Flyknit แบบใหม่ล่าสุดซึ่งจะมีความกระชับ ความเบา และ ความสบายในการสวมใส่ เปรียบเสมือนเราใส่ถุงเท้าไปเลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือหน้าผ้าจะไม่ยืดไปกว่าเดิมมากเท่าไร แต่หน้าผ้า Flyknit รุ่นนี้ค่อนข้างรัดแน่น ซึ่งสำหรับผมเนี่ยรัดแน่นจนเกินไป ทำให้ผมไม่สามารถใส่รุ่นนี้ได้ ส่วน Odyssey React นั้นจะใช้ Engineered Mesh หรือ ถ้าให้พูดแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ ผ้าตาข่ายไฮโซ จะเป็นผ้าตาข่ายที่ไร้รอยเย็บ และ สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ตรงไหนมีรูเล็ก รูใหญ่ ข้อดีคือจะโปร่ง สบาย ข้อเสียถ้าเทียบกับหน้าผ้า Flyknit คือ อาจจะไม่เบา และ ไม่กระชับเท่า แตสำหรับหน้าผ้าที่ใช้ของ Odyssey นี้ ผมกลับชอบมากกว่า เพราะว่ามันใส่แล้วสบายกว่า ไม่บีบไม่รัดเท่า และก็ยังให้ความรู้สึกกระชับในแบบที่พอดี ไม่มากเกินไป สำหรับทั้งสองรุ่นนี้ ผมได้ใส่เพิ่มมา .5 ไซส์ ซึ่งผมแนะนำให้เพิ่มขึ้นมาทุกคนเพราะมันจะรัดมาก ส่วนคนที่เท้าบาน อาจจะมีการเพิ่มถึงหนึ่งไซส์เลยทีเดียว ผู้ชนะ - Odyssey React

 

 

Support

สำหรับเรื่องการซัพพอร์ทของสองรุ่นนี้แล้ว ก็จะแตกต่างกันค่อนข้างเยอะ เพราะว่ามันเป็นรองเท้าคนละประเภท สำหรับ Epic React นั้น จะมี Heel Counter บริเวณส้นเท้าที่เป็นสีน้ำเงิน ส่วน Odyssey React นั้นจะเป็น Heel Counter สีดำ ซึ่ง Heel Counter ของ Odyssey นั้นจะมีความหนากว่าและจะกระชับเข้ารูปกับส้นเท้าเรามากกว่า (ด้วยความที่เป็นรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนก็เลยต้องการ Support ที่มากกว่า) และยังมีการดันพื้นรองเท้าตรงอุ้งเท้าขึ้นมาเพื่อแก้ไข gait ของนักวิ่งให้ลงเท้าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้าถามว่า Epic React ใส่แล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยมั้ย ก็ต้องตอบว่าไม่ เพราะหน้าผ้า Flyknit นั้นค่อนข้างรัดและกระชับอยู่แล้ว Heel Counter ที่ออกแบบมาก็ถือว่าพอเพียงสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ ผู้ชนะ - เสมอ

 

 

ระบบผูกเชือก

สำหรับ Epic React นั้นจะมีการใช้ระบบผูกเชือกแบบไหนที่จะช่วยล๊อคให้เชือกไม่ขยับเวลาที่เราวิ่ง  (ให้สังเกตุว่ารูเชือกของ Epic React จะอยู่ใกล้ๆกัน) ส่วน Odyssey React นั้นจะมีเชือกอยู 6 จุด ในขณะที่ Epic React มีอยู่ 4 จุด แต่ของ Epic React นั้นในแต่ละจุดจะมีอยู่สองรูเพื่อป้องกันการคลายของเชือก สำหรับคนที่วิ่งบ่อยๆแล้ว การที่เชือกคลายระหว่างวิ่งก็ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ารำคาญ ซึ่งระบบผูกเชือกแบบของ Epic React ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี แต่หน้าผ้าของ Epic React มันดันกระชับจนไม่จำเป็นที่จะต้องมีเชือกก็ได้ สำหรับเพื่อนๆที่เท้าใส่ Epic React ได้พอ ไม่เหลือ ไม่รัด น่าจะชอบระบบผูกเชือกแบบใหม่นี้ด้วย ส่วนของ Odyssey React นั้นก็ถือว่าไม่มีอะไรที่โดดเด่นออกมาแต่ก็ไม่ได้ถือว่าแย่ ผู้ชนะ - เสมอ

 

 

พื้นนอก

ในเรื่องรูปลักษณ์ของพื้นนอกของรองเท้าสองรุ่นนี้ก็มีความใกล้เคียงกันเกือบหมด แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือ Odyssey React (ฝั่งขวาที่มีสีดำ) นั้นมีการใช้ Solid Rubber หรือยางดิบที่เราเห็นได้บ่อยตามพื้นรองเท้าวิ่งทั่วไป ซึ่ง Solid Rubber นี้นั้นจะมีประโยชน์เรื่องความทนทานที่จะช่วยเพ่ิมอายุการใช้งาน แถมยัดยึดเกาะกับพื้นผิวสภาพต่างๆได้ดีกว่า ส่วน Epic React นั้นไม่ได้มีการใช้ Solid Rubber เพราะต้องการลดน้ำหนักของรองเท้าให้มันเบาที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ก็อาจจะต้องแลกมาด้วยความทนทาน ส่วนตัวแล้วผมมองว่าอายุการใช้งานและการยึดเกาะที่ดีน่าจะคุ้มกว่าถ้าเทียบกับน้ำหนักที่อาจจะเบาขึ้นเพียงไม่กี่กรัม ผู้ชนะ - Odyssey React

 

 

 

สัมผัสจากส้นเท้าสู่ปลายเท้า

ในแง่ของประสบการณ์ในการวิ่ง ในการลงน้ำหนัก และในการถ่ายเทน้ำหนักจากส้นเท้าไปยังปลายเท้านั้น ก็ต้องบอกว่า Epic React นั้นทำได้ดีมากๆ คือถ้าดูทรงรองเท้าก็จะเห็นได้ว่า Epic React นั้นปลายเท้าจะโค้งและเชิด ซึ่งจะเป็นการบังคับเท้าไปในตัวให้เหมาะกับการวิ่งและทำให้การถ่ายเทน้ำหนักเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ส่วน Odyssey React นั้นจะค่อนข้างแบนและตรงกว่า ตรงนี้นั้นก็แน่นอนว่าจะช่วยในเรื่องความมั่นคงของคนเท้าแบน ส่วนองศาของตรงบริเวณส้นเท้าก็จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่แตกต่าง ซึ่งองศาของส้นเท้าของ Epic React นั้นจะเน้นในเรื่องของการลงที่จะช่วยให้ถ่ายน้ำหนักจากส้นเท้าไปยังปลายเท้าได้เร็วขึ้น แต่ส่วนของ Odyssey React นั้นจะเน้นในเรื่องของความมั่นคงของการวิ่งมากกว่าความเร็ว ผู้ชนะ - Epic React

 

 

React

นี่ก็จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ต่อให้มีการใช้โฟม React ที่เหมือนกัน แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกัน จุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่อยากจะบอกเพื่อนๆว่าการที่เราชอบ React ในรุ่นหนึ่ง มันไม่ได้หมายความว่า React อีกรุ่นนหึ่งจะให้ความรู้สึกที่เหมือนกัน ความแตกต่างตรงนี้จะขึ้นอยู่กับรูปทรงของรองเท้า และ ส่วนประกอบทางเคมีที่ใช่ในโฟม React ของแต่ละรุ่น อย่าง React ที่ผมลองในรองเท้าบาสอย่าง Hyperdunk 2017 นั้นก็เด้งแต่ไม่ได้นุ่มเท่า Epic React ส่วน Odyssey React นั้นก็จะให้ความรู้สึกที่แน่นและมั่นคงกว่า Epic React และไม่ได้เด้งเท่า โฟม React ในรุ่น Epic React ผมต้องบอกว่าสมคำคุยของ Nike จริงๆว่าเป็นโฟมชนิดใหม่ที่เด้ง เบา นุ่ม กว่าโฟมในตลาด ส่วนโฟมของ Odyssey React นั้นผมคงต้องให้คนเท้าแบนมาเล่าให้ฟังละว่าความรู้สึกของเค้าจะเป็นยังไง ซึ่งถ้าเราดูพื้น React ของทั้งสองรุ่นในรูป ก็จะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นหยักๆขยึกๆของ Epic React นั้นกินพื้นที่ของพื้นกลางมากกว่า ก็เลยไม่ชัวร์ว่าความนุ่มเด้งของโฟม React มันจะเพิ่มตามรอยขยึกๆนี่หีรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าอนาคตมีรองเท้ารุ่นใหม่ที่ใช้ React อีก เดี๋ยวผมจะมาลองดูตรงนี้อีกทีละกัน ผู้ชนะ - Epic React

 

 

อันนี้ก็เอามาให้ดูความสูงของทรงรองเท้ากัน ถ่ายจากมุมเดียวกัน องศาเดียวกันแต่คนละข้าง จะเห็นได้ว่าถ้ามองจากฝั่ง Odyssey React เราจะยังเห็นหน้าผ้าของ Epic React อยู่ แต่ถ้ามองจาก Epic React เราจะไม่เห็น Odyssey React เลย ตรงนี้ก็ไม่ได้พิสูจน์อะไรแต่แค่อยากให้เพื่อนๆเห็นความแตกต่างชัดขึ้น

 

สรุปแล้ว Epic React ชนะไป 3 Odyssey React ชนะไป 2 และก็เสมออีก 2 สำหรับรองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับคนเท้า่แบนแล้วเนี่ย ก็ถือว่าตะแนนไม่ได้ขี้เหร่เลย และอาจริงๆมันก็คงไม่ได้ถูกทั้งหมดที่เอารองเท้าสำหรับคนที่มีเท้าสองประเภทมาเปรียบเทียบกัน แต่สำหรับเพื่อนที่เท้าแบน ก็น่าจะเชื่อใจชื่อ Odyssey อยู่ได้นระดับหนึ่งอยู่แล้ว และตอนนี้เองก็เป็นทางเลือกเดียวสำหรับแฟนๆรองเท้าวิ่งที่เท้าแบน แล้วอยากลองเทคโนโลยีใหม่อย่าง Nike React นี้ สุดท้ายแล้วคงขึ้นอยู่กับว่าเท้าเราแบนหรือไม่แบนนะครับ วิธีที่เช็คง่ายๆก็คือ ให้ลองเอานิ้วมือสอดเข้าไปใต้อุ้งเท้าเราด้านในเวลาเรานั่งแล้วให้เท้าลงเต็มฝ่าเท้า ถ้านิ่วเราสอดเข้าไปไม่ได้หรือได้แค่ครึ่งข้อเนี่ย แสดงว่าเราเป็นคนเท้าแบนนะครับ ว่างๆเพื่อนๆก็ไปลองดูกันว่าเท้าเราเป็นประเภทไหน จะได้เลือกซื้อรองเท้าได้อย่างถูกต้องนะครับ

วันนี้ผมก็ขอลากันไปก่อนละกันครับ สวัสดีครับ

COMMENTS